"ธีรัจชัย" หวังศาลจะสร้างบรรทัดฐานยุติธรรมตัดสินสถานะ "ธรรมนัส"

วันที่ 04 พ.ค. 2564 เวลา 17:30 น.
"ธีรัจชัย" หวังศาลจะสร้างบรรทัดฐานยุติธรรมตัดสินสถานะ "ธรรมนัส"
เด็กก้าวไกล ลั่นหวังศาลจะตัดสิน "ธรรมนัส" เพื่อสร้างบรรทัดฐานความยุติธรรม ชี้เอี่ยวคดียาเสพติดยังไงก็พ้น ส.ส.

วันที่ 4 พ.ค. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยสมาชิกภาพส.ส.และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะสิ้นสุดลงหรือไม่ ในวันที่ 5 พฤษภาคม กรณีเคยต้องคำพิพากษาศาลออสเตรเลียให้จำคุกคดียาเสพติด ว่า ในฐานะเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่รับผิดชอบติดตามตรวจสอบคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของร.อ.ธรรมนัส และเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจร.อ.ธรรมนัส ในสภา เชื่อมั่นโดยสุจริตใจว่าสมาชิกภาพส.ส. และความเป็นรัฐมนตรีของร.อ.ธรรมนัสสิ้นสุดลงตามกฎหมายแล้ว ความผิดคือความผิดไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่แห่งหนตำบลใดในโลกก็มีความผิด นี่คือเจตนารมณ์กฎหมาย โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นคดีภัยร้ายแรงต่อมนุษยชาติ อย่างไรก็ตาม ผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดคือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ตนไม่อาจก้าวล่วง หวังว่าคำวินิจฉัยของศาลจะสร้างบรรทัดฐานผดุงความศักดิ์สิทธิ์กระบวนการยุติธรรม ทำให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นระบบกฎหมายด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดโดยยึดมั่นในเจตนารมณ์กฎหมายเป็นสำคัญนายธีรัจชัย กล่าวว่า ในกฎหมายไทย รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 (10) ระบุว่าบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็น การกลั่นกรองคุณสมบัติเบื้องต้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าบุคคลนั้นๆ จะปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต ยิ่งความผิดคดียาเสพติดเป็นความผิดร้ายแรง นานาประเทศให้ความสำคัญร่วมมือปราบปราม ตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ไทยเข้าร่วมลงนามผูกพันตามอนุ สัญญาเกี่ยวกับยาเสพติดหลายฉบับ เช่น อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961 อนุสัญญาว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ค.ศ .1971 อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบค้ายาเสพติด และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ค.ศ.1988 อนุสัญญาระหว่างประเทศเหล่านี้ ยืนยันความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นความผิดสากล ไม่มีพรหมแดน ไม่ว่าทำผิดและมีคำพิพากษาในประเทศใด ย่อมผูกพันทุกประเทศที่ลงนามในอนุสัญญา โดยเฉพาะประเทศไทยยืนยันหลักการดังกล่าวชัดเจนในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มาตรการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา5 ระบุว่า ผู้ใดกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แม้จะกระทำนอกราชอาณาจักร ผู้นั้นต้องรับโทษในราชอาณาจักร ถ้าปรากฏว่าผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดคนใดคนหนึ่งเป็นคนไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

“ส่วนคำถามว่า หากเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกคดียาเสพติดในศาลต่างประเทศ จะบังคับใช้ได้กับคุณสมบัติต้องห้ามการสมัครส.ส.และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามกฎหมายไทยหรือไม่นั้น คณะกรรม การกฤษฎีกาเคยมีความเห็นที่276/2525 ว่าแม้มิได้ระบุว่าคำพิพากษาให้จำคุกเป็นศาลใด แต่เจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการตัดสิทธิบุคคลผู้มีความประพฤติไม่เหมาะสม หากบทบัญญัติกฎหมายตีความเพียงว่า ครอบคลุมเฉพาะคำพิพากษาศาลภายในประเทศอย่างเดียว ไม่ครอบคลุมคำพิพากษาศาลต่างประเทศ จะเกิดความลักหลั่นไม่เท่าเทียมกันทางกฎหมายได้ ความเห็นดังกล่าวของคณะกรรมการกฤษฎีกาแสดงให้เห็นว่า หากเป็นความผิดที่กฎหมายในประเทศ และต่างประเทศถือเป็นความผิดเช่นเดียวกัน หากถูกคำพิพากษาศาลในประเทศจำคุกแล้ว ต้องห้ามการรับสมัคร แต่หากถูกคำพิพากษาศาลต่างประเทศให้จำคุก ไม่ต้องห้ามการรับสมัคร จะเกิดความไม่เท่าเทียมได้ ดังนั้นคำพิพากษาศาลอันมีลักษณะต้องห้ามของรัฐธรรมนูญปี2560 มาตรา98 (10) จึงเป็นคำพิพากษาของศาลทั้งในประเทศและศาลต่างประเทศ” นายธีรัจชัย กล่าวนายธีรัจชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการอ้างเหตุล้างมลทินหรืออภัยโทษ ไม่สามารถนำมาเป็นเหตุผลได้ เนื่องจากการล้างมลทินคือ การลบล้างโทษที่ผู้กระทำผิดได้รับโทษมาครบถ้วน และพ้นโทษแล้ว หรือการอภัยโทษคือ การให้อภัยแก่ผู้ต้องโทษที่กำลังได้รับโทษอยู่ให้ได้รับการยกเว้นไม่ถูกลงโทษต่อไป เป็นการล้างโทษ แต่ไม่ใช่ล้างความผิด เหมือนการได้รับนิรโทษกรรมที่เป็นการลบล้างความผิด ดังนั้นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึง ที่สุดว่ากระทำความผิดตามมาตรา 98 (10) ความผิดจึงยังคงอยู่ ถือเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ข้อโต้แย้งที่อ้างคำพิพากษาขศาลรัฐนิวเซาท์เวลล์ ประเทศออสเตรเลียถูกล้างมลทินไปตามพ.ร.บ.ล้างมลทิน จึงไม่อาจรับฟังได้เมื่อถามว่า จะดำเนินการเอาผิดมาตรฐานจริยธรรมเพิ่มเติมกับร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ นายธีรัจชัยตอบว่า ขอรอดูรายละเอียดคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 5 พฤษภาคมก่อน จะมีเนื้อหาอย่างไร ค่อยพิจารณาดำเนินการต่อไป