"เสกสกล" ตอกกลับ "ณัฐวุฒิ" ไปอยู่ไหนมาถึงไม่รู้ว่า "บิ๊กตู่"ทำงานหนักเพื่อจัดหาวัคซีน

วันที่ 04 พ.ค. 2564 เวลา 11:44 น.
"เสกสกล" ตอกกลับ "ณัฐวุฒิ" ไปอยู่ไหนมาถึงไม่รู้ว่า "บิ๊กตู่"ทำงานหนักเพื่อจัดหาวัคซีน
"แรมโบ้" ถาม "เต้น" ไปอยู่ไหนมาถึงไม่รู้ว่ารัฐบาลทำงานหนักเพื่อจัดหาวัคซีน ซัดถ้าไม่รู้ข้อมูลก็อยู่บ้านเลี้ยงลูก

วันที่ 4 พ.ย. นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การฉีดวัคซีนในประเทศไทย โดยนายเสกสกลยืนยันว่า หลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีนผ่านแอพพลิเคชั่น หมอพร้อมแล้ว ก็มั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่รัฐบาลได้วางเอาไว้ โดยระยะที่ 2 ในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค จะฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.- ก.ค. สำหรับระยะที่ 3 จะเริ่มฉีดเดือน ส.ค.ให้กับประชาชนทั่วไปช่วงอายุตั้งแต่ 18-59 ปี และนายกฯ ตั้งเป้าในการฉีดวัคซีนให้ได้อย่างน้อยวันละ 3 แสนโดส

ส่วนการนำเข้าวัคซีนขณะนี้ทยอยเข้ามาต่อเนื่อง และจนถึงขณะนี้ อย. ได้อนุมัติวัคซีนโควิดแล้ว 3 ราย และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 3 ราย ขณะเดียวกัน วัคซีนของสยามไบโอไซเอนซ์ พร้อมทยอยส่งมอบวัคซีนล็อตแรกให้แก่รัฐบาลไทยภายในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้“สงสัยว่า นายณัฐวุฒิ แกล้งไม่เข้าใจว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าเร่งจัดหาวัคซีนอย่างเต็มที่ ทั้งที่ได้ชี้แจงให้ทราบเป็นระยะๆ มาโดยตลอด แต่ นายณัฐวุฒิ กลับไม่สนใจฟัง มัวไปหลบอยู่ที่ไหนไม่ทราบ ขอให้ตั้งใจฟังและติดตามข้อมูลการชี้แจงด้วย อย่ามัวแต่นั่งมโนวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่มีข้อมูล เพราะนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนโควิด ให้ประชาชนอย่างมาก และได้ดำเนินการมาโดยตลอด” นายเสกสกล กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การฉีดวัคซีนจะเป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ อย่าได้ตั้งแง่และกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรี และรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ เพราะที่ผ่านมาได้ทำงานหนักมาโดยตลอด หรือนายณัฐวุฒิ มัวแต่เสียเวลาไปคิดวางแผนการณ์ให้แกนนำม็อบสามนิ้วมาจึงไม่รับรู้อะไรเลยและมองไม่เห็นการทำงานของนายกฯ และรัฐบาล ว่าทำไปถึงไหนแล้ว วันนี้ทาง ศบค.และทีมแพทย์สาธารณสุข ได้ชี้แจงทุกวัน ว่าดำเนินการตามขั้นตอนและเร่งรัดอย่างไรบ้าง ถ้า นายณัฐวุฒิ ทำเป็น “เอาหูไปนา เอาตาไปไร่” ไม่สนใจการชี้แจง คิดว่าควรนิ่งๆ อย่าออกมาพูดเลยอับอายผู้คนเปล่าๆ เอาเวลาไปดูแลครอบครัวเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านจะดูดีกว่า ที่จะออกมาแสดงความเห็นที่ ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรต่อประเทศชาติประชาชนและยังทำลายขวัญกำลังใจคนที่ตั้งใจทำงานอีกด้วย