"ราเมศ"โต้คนให้ร้ายปชป. ลั่นยึดมั่น "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์"

วันที่ 17 เม.ย. 2564 เวลา 10:53 น.
"ราเมศ"โต้คนให้ร้ายปชป. ลั่นยึดมั่น "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์"
"ราเมศ" โต้ คนให้ร้าย "ประชาธิปัตย์" ปมปกป้องสถาบัน ยืนยัน 75 ปีพรรคยึดมั่น ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงหลักการของพรรคหลังจากมีบุคคลให้ร้ายว่า “ไม่เคยเห็นนักการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาปกป้องสถาบันเลย” โดยระบุว่า พรรคก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อปี 2489 มีอุดมการณ์ชัดเจนในการดำเนินการทางเมืองโดยอาศัยหลักกฎหมาย และเหตุผลเพื่อความศักดิ์สิทธิ์แห่งรัฐธรรมนูญ และเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังให้มีความนับถือ และนิยมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 75 ปี มีหัวหน้าพรรค 8 คน ทุกคนทุกวาระในการดำเนินกิจการทางการเมืองยึดมั่นในระบอบประประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมาโดยตลอด

ปัจจุบันนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรคได้แถลงตั้งแต่วันรับตำแหน่งและย้ำอยู่ตลอดระยะเวลาคือพรรคเทิดทูนสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นอุดมการณ์ ตั้งแต่ก่อตั้งพรรค จนถึงปัจจุบันก็ยังคงยึดมั่นไม่มีเปลี่ยนแปลง และการดำเนินการภายใต้การนำของนายจุรินทร์ และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนในพรรคส่งเสริมให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ผ่านโครงการยุวประชาธิปัตย์ที่มุ่งเน้นให้ความรู้เยาวชน โครงการโฆษกประชาธิปัตย์สัญจรเน้นให้ความรู้กับประชาชนโดยทั่วไป และ สส ในพื้นที่ สาขาพรรค ตัวแทนพรรคขับเคลื่อนไปในทิศทางดังกล่าวเช่นกัน

นอกจากนี้จากการให้สัมภาษณ์เพื่อปกป้องสถาบันในช่วงสถานการณ์ทางการเมืองที่มีผู้ชุมนุมที่ได้ก้าวล่วงและจาบจ้วงสถาบัน พรรคมีจุดยืนชัดเจนในช่วงเริ่มแรกของการชุมนุมว่าขอประนามการก้าวล่วงและการจาบจ้วงสถาบัน ในเรื่องแก้มาตรา 112 ก็เช่นกันที่หัวหน้าพรรคกล่าวไว้ชัดเจนว่าพรรคไม่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 เรื่องแก้รัฐธรรมนูญก็เช่นกันประกาศไว้ชัดว่าจะต้องไม่มีการแก้หมวด 1 และ หมวด 2

นายราเมศกล่าวว่า บุคคลที่ออกมาใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่าไม่เคยเห็นนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ออกมาปกป้องสถาบันเลย ไม่เป็นความจริง บิดเบือน เพื่อให้เกิดความเสียหาย ประชาชนเข้าใจผิด ต้องให้ความเป็นธรรมต่อพรรคและอุดมการณ์ความตั้งใจของคนในพรรคด้วยที่ออกมาปกป้องสถาบันด้วย

"ผมคนหนึ่งในฐานะโฆษกที่ออกมาพูดในนามพรรคตั้งแต่วันแรกที่ผู้ชุมนุมออกมาแล้วมีการกระทำที่ก้าวล่วงจาบจ้างสถาบันประกาศชัดว่ารับไม่ได้กับการกระทำของผู้ชุมนุมเราอยู่คนละข้าง มีพรรคการเมืองพยายามแก้มาตรา 112 ถึงขนาดโต้แย้งกับพรรคการเมืองนั้นอย่างดุเดือดว่าจะต่อสู้ไม่ให้มีการแก้ไขมาตรา 112 และมาตรา 112 ไปหลักส่วนไหนของบิดามารดาใครถึงมีความคิดอยากจะแก้ไขมาตรา 112 และมีอีกหลายคนเช่นนายถาวร เสนเนียม สส.ของพรรคได้แถลงข่าวที่พรรคเรื่องปกป้องสถาบัน ออกจัดอบรมในหลายพื้นที่ สส ในพื้นที่ทุกคนทำความเข้าใจกับประชาชน ผมทำโครงการโฆษกสัญจรปีหนึ่งเกือบ 50 ครั้ง เพื่อไปพบประชาชนพูดเรื่องระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข"

"สังคมขณะนี้ควรยึดหลักความสงบ อย่าใส่ร้ายป้ายสีกัน สังคมไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เหตุผลความถูกต้องสำคัญที่สุด ควรเอาความจริงมาพูดกัน ขอย้ำว่าพรรคพร้อมรับฟังทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้ที่กล่าวหาดังกล่าวเป็นเรื่องเท็จ ที่จำเป็นต้องชี้แจงทำความเข้าใจ"นายราเมศกล่าว