"หมอวรงค์" ชี้วัคซีนช้าเป็นเหรียญสองด้าน ได้เห็นผลข้างเคียงจากประเทศที่ฉีดก่อน

วันที่ 16 เม.ย. 2564 เวลา 14:06 น.
"หมอวรงค์" ชี้วัคซีนช้าเป็นเหรียญสองด้าน ได้เห็นผลข้างเคียงจากประเทศที่ฉีดก่อน
"หมอวรงค์"แนะมองสองด้านฉีดวัคซีนช้ามีประโยชน์ เพราะได้เห็นผลข้างเคียงในประเทศที่ฉีดก่อน ชี้ความรุนแรงการระบาดโควิดในไทยน้อยกว่าหลายประเทศ

วันที่16 เม.ย. นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำพรรคไทยภักดีโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า

#เหรียญสองด้านของวัคซีน

เมื่อนักการเมือง ผสมกับนักป่วนเมือง เอาเรื่องวัคซีนเข้ามาเล่นการเมือง สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ในหลายความเข้าใจ เช่นพยายามโจมตีเรื่องประสิทธิภาพ ของวัคซีนยี่ห้อที่รัฐบาลสั่งซื้อ รวมทั้งล่าสุดพยายามโจมตี เปรียบเทียบอัตราการฉีดวัคซีนของประชาชน เทียบกับประเทศอื่นๆ

ในความเห็นส่วนตัวผม เหรียญนั้นมีสองด้านเสมอ โดยนำข้อเท็จจริงมาคิดวิเคราะห์ สิ่งแรกที่ต้องไม่ปฏิเสธคือ เทียบแล้วคนยุโรปและอเมริกาตายมากกว่าไทยมาก ล่าสุดในยุโรป ข้อมูลวันที่ 9 เมษายน 2564 มีผู้เสียชีวิตเกิน 1 ล้านคน ขณะที่คนไทยล่าสุด 15 เมษายน 2564 ตาย 97 ราย (ช่วงสงกรานต์ไม่กี่วันยังตายมากกว่า) เขาจึงเป็นปัญหามากกว่าไทยเรามาก

จึงไม่แปลกที่ งานวิจัยวัคซีนโควิด จึงก้าวกระโดด เพื่อลดอัตราตายของประชาชนของเขา จากปกติ วัคซีนที่จะนำมาใช้ ต้องใช้เวลาในงานวิจัย ไม่ต่ำกว่า 10-15 ปี เพื่อความปลอดภัยต่อประชาชนสูงสุด แต่วัคซีนโควิดรอบนี้ พัฒนาขึ้นมาแบบฉุกเฉินในเวลาไม่เกิน 1ปี จึงไม่แปลกที่วัคซีนทุกบริษัท จึงไม่ยินยอมให้มีการฟ้องร้อง ถ้ามีความผิดปกติจากการฉีด เพราะเงื่อนไขใช้ในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Use Authorization)

ผมเห็นข่าวนักการเมือง และนักป่วนเมือง พยายามออกมาตีโพยตีพายเรื่องวัคซีน ในประเทศไทยทำไมช้า และโจมตีประสิทธิภาพของวัคซีน ซึ่งเรื่องประสิทธิภาพ ทั้งการป้องกัน และการลดความรุนแรงถ้าติดเชื้อ น่าจะเริ่มเข้าใจกันได้ เนื่องจาก วัคซีนทุกตัวที่ใช้นั้นล้วน ได้ประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก(WHO)

แต่เรื่องช้า ผมกลับคิดว่า ถ้าเราตัดเรื่องป่วนเมืองออกไป เอาแต่หลักวิชาการทางการแพทย์มาเทียบ โดยดูความรุนแรง อาการของผู้ติดเชื้อของคนไทย ที่เราได้เห็นภาพ และอัตราการเสียชีวิตของคนไทยเทียบกับฝรั่งแล้ว มาเทียบระยะเวลาปกติของงานวิจัยวัคซีน 10-15 ปี มาเหลือไม่ถึงปี กับผลข้างเคียงระยะยาวที่ไม่ทราบที่ประชาชนจะได้รับ

ผมกลับมองว่า ถ้าเราแค่ป้องกันตนเองตามหลัก ที่ประกาศ(universal precaution) เท่ากับว่าครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่ คนตะวันตกจำนวนมาก จะเป็นcaseตัวอย่างให้เรา ได้ศึกษาถึงผลข้างเคียงของวัคซีนอย่างจริงจัง เพราะทุกครั้ง จะกลายเป็นเอามาให้คนอาฟริกา อเมริกาใต้ และเอเชียก่อน จนมั่นใจ พวกเขาถึงจะใช้

ต้องขอย้ำถึงเหรียญอีกด้านว่า แม้คนไทยติดเชื้อมากในช่วงนี้ แต่คนไทยเราความรุนแรงน้อย อัตราตายก็ไม่มาก ดังนั้นวัคซีนที่ใช้ในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Use Authorization) ถ้าจะช้าไปบ้าง แต่ได้รอดูผลข้างเคียงจากเขา ร่วมกับได้การถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง ผมมองว่าคุ้มค่ามาก

พวกป่วนเมืองคงไม่อยากรอ ยากเร่งฉีด แต่สำหรับผม ในภาวะนี้ให้พวกคุณฉีดก่อนได้เลย ผมรอได้ครับ