เพื่อไทยจี้รัฐบาลให้ข้อมูลโควิดระบาดรอบ3ป้องกันเหตุตื่นตระหนก

วันที่ 13 เม.ย. 2564 เวลา 13:13 น.
เพื่อไทยจี้รัฐบาลให้ข้อมูลโควิดระบาดรอบ3ป้องกันเหตุตื่นตระหนก
โฆษกเพื่อไทย จี้รัฐบาลเร่งให้ข้อมูลประชาชนเรื่องโควิด 19 ระลอก 3 ป้องเหตุตื่นตระหนก แนะ ศบค.ต้องทำงานมากกว่านี้

ดร.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมาตรการรองรับสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 ระลอก 3 ว่า ขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญในการป้องกันและให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนน้อยมาก จนเกิดความตื่นตระหนก เห็นได้จากประชาชนจำนวนมากไปใช้บริการตรวจหาเชื้อตามโรงพยาบาลเอกชนจนกลายเป็นปัญหา ขณะที่ ศบค.เป็นคณะกรรมการท่ีตั้งขึ้นมาเพื่อบริหารสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า แต่กลับทำหน้าท่ีเพียงแค่รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันเท่านั้น

ดร.อรุณี กล่าวอีกว่า สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือ

1. โควิด-19 รอบนี้เป็นสายพันธุ์อังกฤษ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าแพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดิม 1.7 เท่า แต่โอกาสในการติดเชื้อจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้สัมผัสกับผู้ป่วยโควิดอย่างใกล้ชิดโดยไม่มีการป้องกัน การอยู่ในสถานที่เดียวกัน ช่วงเวลาเดียวกัน โดยไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ‘ไม่ทำให้ติดโควิด’ ดังนั้นประชาชนที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงใกล้ชิด สามารถเฝ้าระวังตนเองได้ที่บ้าน สังเกตอาการเบื้องต้น 14 วัน เพื่อลดความแออัดในสถานพยาบาล

2.การระบาดรอบนี้ มักจะตรวจไม่พบเชื้อในครั้งแรก โดยวารสารทางการแพทย์ยืนยันแล้วว่า อัตราการตรวจพบเชื้อจะมีต่ำใน 1-4 วันแรกหลังรับเชื้อ (ตรวจไม่ค่อยเจอใน 1-4 วัน) ทำให้บางคนที่ตรวจไม่พบเชื้อในครั้งแรกใช้ชีวิตตามปกติจนกลายเป็นพาหะแพร่เชื้ออย่างไม่ตั้งใจ สิ่งที่เกิดขึ้นคือหลักฐานของความไม่รู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องบอกประชาชน

3. การเตรียมความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยหากตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลสนาม หรือโรงพยาบาลที่สามารถรองรับผู้ป่วยอยู่ท่ีใดบ้าง รองรับผู้ป่วยได้มากน้อยแค่ไหน ขณะท่ีโรงพยาบาลรัฐมีผู้ป่วยเต็ม โรงพยาบาลเอกชนไม่รับรักษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร อยากให้รัฐบาลคิดให้รอบด้านมากกว่านี้

"การเปิดข้อมูลและให้ความรู้ที่ถูกต้องจะป้องกันการตื่นตระหนกได้ ไม่ใช่เอาแต่ทิ้งระเบิดใส่หน้าประชาชนด้วยคำพูดที่ว่า ‘อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด’ หรือ ‘ถ้าใครเก่งนักก็ลองมาเป็นรัฐมนตรีดู’ เราอยู่ในประเทศที่มีผู้นำแบบไหนกันแน่" ดร.อรุณี กล่าว