"อดุลย์" จ่อดำเนินคดี"บิ๊กตู่"ทำโควิดระบาด จี้ รมต.ติดเชื้อลาออก

วันที่ 08 เม.ย. 2564 เวลา 13:48 น.
"อดุลย์" จ่อดำเนินคดี"บิ๊กตู่"ทำโควิดระบาด จี้ รมต.ติดเชื้อลาออก
แกนนำม็อบไทยไม่ทนฯ เมิน ตร.ดำเนินคดีย้อนกลับ”ประยุทธ์”คือต้นเหตุปล่อยปละละเลยให้โควิดระบาดทั้ง3รอบเตรียมฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีนายกฯเร็วๆนี้ จี้ รมต.ติดโควิดลาออก จ่อชำแหละระบอบประยุทธ์ทางโซเชียลมีเดียหลังยุติชุมนุมชั่วคราว

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 64 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 แกนนำกลุ่ม ”ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” กล่าวถึงกรณีพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงครามจะออกหมายเรียกกลุ่มสามัคคีประชาชนฯ40 คนมาดำเนินคดีข้อหาฝ่าพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค ว่า ตนไม่ได้สนใจว่าจะถูกดำเนินคดีอะไร แต่ต้องย้อนถามว่า ใครเป็นต้นเหตุให้ต้องประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน กับพรบ.ควบคุมโรค โควิดระบาดรอบแรกมาจากการระบาดในสนามมวยลุมพินีของกองทัพบกและสถานบันเทินย่านทองหล่อ รอบสอบจากการค้าแรงงานเถื่อนและบ่อนการพนัน ส่วนรอบสามมาจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อที่มีรัฐมนตรีและส.ส.ในรัฐบาลเข้าไปใช้บริการด้วย ซึ่งการระบาดทั้งสามครั้งมาจากแหล่งอบายมุขและธุรกิจสีเทาที่ต้องจ่ายส่วยให้ผู้มีอำนาจในรัฐบาล ไม่ได้ระบาดจากประชาชนทั่วไปหรือจากผู้ชุมนุมแต่กลับใช้กฎหมายมาเล่นงานผู้ชุมนุม เพื่อปิดปากประชาชนไม่ให้ตรวจสอบความผิดพลาดล้มเหลวของตัวเอง ซึ่งหากไม่มีการระบาดมาจากแหล่งอบายมุขดังกล่าวก็ไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายมาบังคับใช้กับประชาชนแต่อย่างใดเลย

“ต้นเหตุโควิดระบาดทั้ง3รอบจึงมาจากความบกพร่องของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งเมื่อครั้งระบาดรอบสองผมเคยเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความรับผิดชอบด้วยการขอโทษประชาชนและปลดผบ.ตร.แต่ก็ไม่ได้รับผิดชอบอะไร รอบสามนี้ถือว่าเลวร้ายที่สุด เพราะมีรัฐมนตรีและสส.รัฐบาลเข้าไปใช้บริการในสถานบันเทิงถือว่าการ์ดตกเป็นการฝ่าฝืนนโยบายรัฐบาลและฝ่าฝืนพรบ.ควบคุมโรคซึ่งจะต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก หรือไม่นายกฯก็ต้องสั่งปลด แต่นายกฯก็ไม่พ้นความผิดเช่นกัน ฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดการระบาดทั้ง3รอบสร้างความหายนะต่อระบบเศรษฐกิจมหาศาล ทำให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพ เดือดร้อนไปทั่วประเทศ และยังมีคนติดโควิดเสียชีวิตอีกด้วย เป็นความเสียหายต่อประเทศชาติ มากกว่าโครงการจำนำข้าวยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์เสียอีก แต่นายกฯกลับด่าประชาชนว่าขาดจิตสำนึก แล้วนายกฯกับครม.ยังมีสำนึกเหลืออยู่หรือไม่”นายอดุลย์ กล่าว

นายอดุลย์ กล่าวว่า หากใช้บรรทัดฐานเดียวกับคดีโครงการระบายข้าวแบบจีทูจีที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวหาว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความผิดตามป.อาญามาตรา157 ฐานละเว้นหน้าที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต จนศาลฏีกาสั่งจำคุก5ปี แม้ศาลปกครองกลางจะยกฟ้องไม่ต้องชดเชยความเสียหายทางแพ่ง3.5หมื่นล้านบาท แต่พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะต้องมีความรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปล่อยปละละเลยให้โควิดระบาดทั้ง3ครั้ง หากผู้นำรัฐบาลมีการบังคับใช้นโยบายและกฎหมายอย่างเคร่งครัด มีการปฏิรูปตำรวจตามสัญญาไม่ใช่ซื้อเวลาหมดเม็ดอย่างที่เป็นอยู่ ส่วยบ่อนการพนันแรงงานเถื่อนสถานบันเทิงก็จะหมดไปก็จะไม่เป็นเงื่อนไขให้เกิดการระบาดโควิด ดังนั้น ทางกลุ่มสามัคคีประชาชนฯจะให้ฝ่ายกฎหมายไปดำเนินคดีกับพล.อ.ประยุทธ์ในเร็วๆนี้

นายอดุลย์ กล่าวว่า เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมเวทีสามัคคีประชาชนฯ ที่อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม จึงยุติชั่วคราวแล้วใช้เวทีทางโซเชียลมีเดียแทน โดยจะเชิญชวนประชาชนทุกเสื้อสีและผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนของสังคม มาร่วมชำแหละความผิดพลาดล้มเหลวของระบอบประยุทธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ ตระบัดสัตย์หลอกลวงไม่ได้สร้างความปรองดอง ไม่ได้ทำให้บ้านเมืองสงบอย่างที่โฆษณา และยิ่งทำให้เกิดความแตกแยกร้าวลึกกระทบถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่มีการปฏิรูปประเทศ เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมมากขึ้น หากปล่อยให้มีอำนาจอีกต่อไปประเทศชาติจะเสียหายเกิดกลียุคเกินเยียวยาอย่างแน่นอน.