"แอมมี่"รอลุ้นหมายขังจากศาลส่งตัวไปคุมที่เรือนจำแทนรพ.ตำรวจ

วันที่ 04 มี.ค. 2564 เวลา 14:23 น.
"แอมมี่"รอลุ้นหมายขังจากศาลส่งตัวไปคุมที่เรือนจำแทนรพ.ตำรวจ
ตำรวจไม่ฟันธง เพื่อนสาวคนสนิทแอมมี่ร่วมวางเพลิงหน้าคุกคลองเปรม และขณะนี้ไม่ได้ถูกควบคุมตัว ส่วนแอมมี่ยังต้องรอลุ้นหมายขังศาลสั่งส่งตัวไปคุมขังในเรือนจำหรือไม่

เมื่อวันที่4มี.ค.64 พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวเพื่อนสนิทสาวของนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือแอมมี่ ผู้ที่ร่วมก่อเหตุวางเพลิงบริเวณหน้าเรือนจำคลองเปรมได้เพิ่มเติมอีก 1 ราย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะกำลังจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อคืนวันที่ 3 มี.ค.ว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเรื่องดังกล่าวกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าแฟนสาวของนายไชยอมรจะเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจเตรียมออกหมายจับหรือไม่ เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและเป็นข้อมูลสำคัญในสำนวนคดี

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ออกหมายจับผู้ใดเพิ่มเติม อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และระบุถึงตัวบุคคลที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมดให้ชัดเจน รวมทั้งต้องตรวจสอบพยานหลักฐานของกลางในที่เกิดเหตุ ต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ส่วนนำตัวนายไชยอมร ผู้ต้องหาที่ควบคุมอยู่รพ.ตำรวจไปส่งที่เรือนจำ อยู่ระหว่างการรอให้แพทย์เจ้าของไข้ทำหนังสือยืนยันอาการป่วยว่าสามารถนำไปส่งยังเรือนจำได้แล้วหรือยัง หากแพทย์เจ้าของไข้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วก็จะนำหนังสือดังกล่าวไปแจ้งต่อศาล จากนั้นนำตัวไปส่งให้ทางเรือนจำทันที

ด้านน.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเลื่อนสอบปากคำเพิ่มเติมนายไชยอมรเป็นเวลา 14.00 น ส่วนจะยื่นขอประกันตัวหรือไม่ ต้องรอการสอบสวนเสร็จสิ้นก่อนเพราะตำรวจจะมีการคอนเฟอร์เรนซ์กับศาลเพื่อขอส่งตัวแอมมี่ ไปเรือนจำ

น.ส.ศศินันท์ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนต่อจากนี้เป็นขั้นตอนการฝากขัง ซึ่งตามปกติถ้าฝากขังโดยศาลจะเป็นอำนาจของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ที่จะดูแลต่อ แต่เมื่อวานแอมมี่ อยู่ในความควบคุม ของโรงพยาบาลตำรวจ จึงมีปัญหาเรื่องเอกสาร ประกอบกับแอมมี่ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่จึงยังไม่ส่งตัว

ส่วนอาการแอมมี่ ตอนนี้ดีขึ้นเล็กน้อย ยังมีอาการปวดท้อง ส่วนสภาพจิตใจยังเข้มแข็งอยู่ ซึ่งครอบครัวยังอยากให้แอมมี่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ เพราะยังมีอาการบาดเจ็บทั้งที่ตา และที่ช่องท้อง ขณะที่มารดาของแอมมี่ กล่าวว่า สภาพจิตใจของแอมมี่ ยังเข้มแข็ง ที่ผ่านมาไม่เคยมีการพูดคุยกันเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพราะมีอายุ 32 ปี มีความเป็นผู้ใหญ่แล้ว

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 11.50 น.เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เดินทางมาที่โรงพยาบาลตำรวจ คาดว่าหากศาลมีคำสั่งเปลี่ยนสถานที่ควบคุมตัว เจ้าหน้าก็จะรับตัวแอมมี่ ไปที่เรือนจำทันทีอย่างไรก็ตาม พ.ต.ต.หัสนัย เฟื่องสังข์ สว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น พร้อมทีมพนักงานสอบสวน เดินทางมาที่โรงพยาบาลตำรวจด้วยเพื่อตรวจสอบอาการป่วยของนายไชยอมร หลังจากที่เมื่อวานนี้ได้มีการสอบสวนไปหลายประเด็นแล้ว

พ.ต.ต.หัสนัย ระบุว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้ความร่วมมือดีแต่ยังมีอาการวิตกกังวลอยู่บ้างส่วนการเคลื่อนไหวสามารถขยับตัวได้แล้วเพราะอาการบาดเจ็บไม่สาหัส ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการสอบถามความเห็นของแพทย์ว่าสามารถนำตัวออกจากโรงพยาบาลได้หรือไม่ ถ้าแพทย์ระบุว่า สามารถเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลได้แล้วก็จะมีการควบคุมตัวออกไปส่วนสถานที่ต้องรอการพิจารณาของศาลว่าจะมีการควบคุมตัวต่อในที่ใด สำหรับประเด็นการขอประกันตัว ขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของศาลแต่ในชั้นพนักงานสอบสวนจะมีการคัดค้านการประกันตัวเช่นเดิม

ต่อมามารดาของนายไชยอมร ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลตำรวจและให้ว่า ขณะนี้เอมมี่เกิดอาการบาดเจ็บจากแผลผ่าตัดช่องท้องทั้งก่อนจึงต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ในส่วนขั้นตอนของการขอยื่นประกันตัวอยู่ระหว่างปรึกษากับทางทนายความที่กำลังดำเนินการอยู่

อย่างไรก็ตามมารดาของนายไชยอมร ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการควบคุมตัวหญิงรายหนึ่งที่มีข่าวว่าเป็นแฟนของลูกชายโดยปฏิเสธว่าลูกชายยังไม่ได้มีแฟนใหม่หลังจากที่มีการเลิกรากับภรรยาเก่าไป ส่วนตัวอยากให้ลูกหยุดพักรักษาตัวภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลตำรวจในช่วงของการฝากขังของพนักงานสอบสวน

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า พนักงานสอบสวนที่จะเข้าสอบปากคำแอมมี่เพิ่มเติม จะเป็นประเด็นที่แอมมี่ ได้โพสต์ข้อความลงบนโซเชียลมีเดียส่วนตัว ในทำนองให้การรับสารภาพว่า เหตุการณ์วางเพลิงเผาทรัพย์ ตนเองเป็นผู้ลงมือแต่เพียงผู้เดียวไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ซึ่งหลังการสอบสวนปากคำเสร็จสิ้น ก็จะดำเนินการไปขอศาลออกหมายขังในช่วงบ่ายวันนี้

ส่วนกรณีที่จะมีกระแสข่าวว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ควบคุมตัว น.ส.ญาณิศา สงวนนามสกุล คนสนิทของแอมมี่ ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น จากการตรวจสอบปรากฎว่า น.ส.ญาณิศา ได้ทิ้งสัมภาระก่อนเดินทางออกจากสนามบินไป หลังพบว่าเจ้าหน้าที่มีการตรวจตราเข้มงวด ยืนยันว่ายังไม่มีการควบคุมตัวไว้ตามที่มีกระแสข่าว

มีรายงานว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ไปถึง ผบก.น.1-9 ว่า ให้ดำเนินการวางแผนเผชิญเหตุและป้องกันเหตุจากกรณีดังกล่าว เนื่องจากอาจมีกลุ่มบุคคลทำพฤติกรรมเลียนแบบ จึงแจ้งเตือนให้แต่ละหน่วยเฝ้าระวังกำชับให้สถานีตำรวจดูแลอย่าให้มีเหตุเกิดขึ้น และให้รีบดำเนินการจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์กรณีผู้ชุมนมประกาศทางออนไลน์นัดชุมนุมในวันที่ 6 มี.ค. ได้แก่ 1.กลุ่มแนวร่วมแดงก้าวหน้า 63 นัดรวมตัวที่บริเวณโลตัสรังสิต และเคลื่อนขบวนมาที่กรมทหารราบที่ 11 เวลา 13.00 น. และ2.กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 17.00 น. เป็นต้นไปนั้น ขอแจ้งให้ประชาชนที่จะมาเข้าร่วมการชุมนุมทราบว่า อาจมีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ พ.ร.บ.ควบคุมโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง และความผิดอาญาในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปโดยกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง