posttoday

โพลเผยคนพอใจ "ลดค่าน้ำ-ไฟ คนละครึ่ง" เยียวยาโควิดมากสุด ติงเงื่อนไขมากเกิน

28 กุมภาพันธ์ 2564

ดุสิตโพลเผยคนพอใจ มาตรการลดค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำ มาตรการคนละครึ่ง เยียวยาโควิดระลอกใหม่มากสุด ติงเงื่อนไขมากเกินไป เกิดความเหลื่อมล้ำ ขอเยียวยาทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “มาตรการเยียวยาโควิด-19 ระลอกใหม่ของรัฐบาล” จำนวน 1,087 คน สำรวจวันที่ 23 – 26 กุมภาพันธ์ 2564 สรุปผลได้ดังนี้

1. มาตรการเยียวยาโควิด-19 ระลอกใหม่ของรัฐบาลที่ประชาชนพึงพอใจ

อันดับ 1 ลดค่าไฟฟ้า 2 เดือน (กุมภาพันธ์ - มีนาคม 2564) 41.58%

อันดับ 2 ลดค่าน้ำ 10% 2 เดือน (กุมภาพันธ์ - มีนาคม 2564) 40.66%

อันดับ 3 คนละครึ่ง : ขยายสิทธิ์เพิ่มอีก 1 ล้านสิทธิ์ 40.20%

อันดับ 4 เราชนะ : จ่ายเงินเยียวยารายละ 3,500 บาท 2 เดือน 38.09%

อันดับ 5 สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยธนาคารต่าง ๆ 32.47%

2. “จุดเด่น-จุดด้อย” ของมาตรการเยียวยาโควิด-19 ระลอกใหม่ของรัฐบาล

จุดเด่น

1. บรรเทาความเดือดร้อนของผู้มีรายได้น้อย 48.58%

2. มีความพยายามช่วยเหลือประชาชน มีหลายมาตรการ 21.53%

3. กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ กระจายรายได้ 16.19%

จุดด้อย

1. มีเงื่อนไขมากเกินไป เกิดความเหลื่อมล้ำ 52.34%

2. ขั้นตอนยุ่งยาก ซับซ้อน ล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ 33.19%

3.ไม่ได้แก้ปัญหาระยะยาว ต้องรับภาระในอนาคต 6.81%

3. สิ่งที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลคำนึงถึงในการออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน คือ

อันดับ 1 เยียวยาประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน 71.72%

อันดับ 2 ขั้นตอนลงทะเบียนต้องไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน 62.38%

อันดับ 3 ไม่ต้องมีการลงทะเบียน/ไม่ต้องแย่งกันลงทะเบียน 61.37%

อันดับ 4 ควรหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยี/โซเชียลมีเดียกับกลุ่มผู้สูงอายุ 60.44%

อันดับ 5 การเยียวยาต้องไม่สร้างภาระเพิ่ม/ใช้เงินได้ง่าย 59.52%

4. ภาพรวมความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาล

อันดับ 1 ค่อนข้างพอใจ 50.60%

อันดับ 2 ไม่ค่อยพอใจ 19.69%

อันดับ 3 พอใจมาก 17.66%

อันดับ 4 ไม่พอใจ 12.05%

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า มาตรการที่ประชาชนพึงพอใจมากที่สุด คือ การลดค่าไฟฟ้า 2 เดือน ร้อยละ 41.58 จุดเด่นของมาตรการเยียวยา คือ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้มีรายได้น้อย ร้อยละ 48.58 จุดด้อย คือ มีเงื่อนไขมากเกินไป เกิดความเหลื่อมล้ำ ร้อยละ 52.34 สิ่งที่รัฐบาลควรคำนึงถึงในการออกมาตรการ คือ ต้องเยียวยาทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน ร้อยละ 71.72 โดยภาพรวมค่อนข้องพอใจต่อการออกมาตรการช่วยเหลือครั้งนี้ ร้อยละ 50.60

"เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องกับการออกมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ที่ล่าช้า ใช้งานยุ่งยาก มีเงื่อนไขมาก เข้าไม่ถึงทุกกลุ่ม แต่ก็ยังเห็นถึงความพยายามและตั้งใจในการแก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้เงินงบประมาณในด้านอื่น ๆ แล้ว ผลงานในการบริหารและออกมาตรการเยียวยาในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา นับเป็นผลงานที่เห็นเป็นรูปธรรมที่สุดแล้ว"นางสาวพรพรรณ กล่าว

ด้าน ผศ.ดร. ปรียนันนท์ ประยูรศักดิ์ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพลในเรื่องมาตรการเยียวยาโควิด-19 ระลอกใหม่ของรัฐบาลนั้น พบว่า มาตรการ ที่สร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนมากที่สุด 2 ลำดับแรกคือ การลดค่าไฟและค่าน้ำ ทำให้ตั้งข้อสังเกตได้ว่าประชาชนต้องการความช่วยเหลือที่เข้าถึงทุกครัวเรือน การมีสิทธิ์ได้รับโดยไม่ต้องร้องขอ ไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อรอลุ้นว่าใครจะได้บ้าง ไม่ต้องตื่นตั้งแต่ 6 โมงเพื่อมาแก่งแย่งแข่งขัน รัฐบาลต้องไม่ลืมว่าการนำภาษีประชาชนมาใช้ต้องคำนึงถึงความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ยุ่งยาก ไม่มีเงื่อนไขเยอะ และรวดเร็วทันเวลา ซึ่งเป็นจุดด้อยที่ชัดเจนมากของมาตรการที่รัฐกำลังดำเนินการอยู่

ถึงแม้ว่าเราจะมองเห็นถึงความพยายามที่จะช่วยเหลือประชาชนและการจะกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้แต่ก็ยังคงเกิดปัญหากับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการขอรับความช่วยเหลือ ซึ่งประชาชนส่วนหนึ่งไม่ได้เข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านั้น ทำให้เราเห็นภาพคุณตาคุณยายเดินเท้าจากบ้านมาต่อคิวเพื่อลงทะเบียนท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ ผู้คนที่น้ำตาไหลเพราะเสียใจที่ไม่ได้รับเงินสดไปใช้จ่ายแต่กลับต้องรับเงินไว้ในเป๋าตังเพื่อซื้อของที่จำเป็นน้อยกว่าค่าเช่าบ้านที่จะต้องจ่าย

รัฐบาลควรจะแบ่งเงินงบประมาณมาจัดทำฐานข้อมูลประชากรที่ดีเพื่อโอนความช่วยเหลือที่ตรงความต้องการให้ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนแข่งขันใดๆ เลย เหมือนเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ ท้ายสุดเราชนะหรือใครชนะก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆคนแพ้ก็คือประชาชนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ ทั้งที่ก็เดือดร้อนเหมือนกับคนอื่น จากฝีมือการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

“SONKLIN Weeks” เสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์ค็อกเทลจาก “ซ่อนกลิ่น”