ปชป.มั่นใจคดี258ล.ไร้ปัญหา

  • วันที่ 08 ธ.ค. 2553 เวลา 20:19 น.

ทีมต่อสู้คดียุบประชาธิปัตย์มั่นใจ ศาลนัดพร้อมคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ไร้ปัญหา ชี้ใช้เอกสาร-พยานบุคคลชุดเดียวกับคดี29ล้าน

เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (8 ธ.ค.) ได้มีการประชุมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายให้ต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กรณีเงินบริจาค 258 ล้าน โดยมี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในการประชุม รวมทั้งมี นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา ในฐานะทีมกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ทนายเจ้าของคดียุบพรรคเข้าร่วมประชุม

นายวิรัตน์ แถลงหลังการประชุม ว่า คณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคได้ประชุมเตรียมความพร้อมในการไปตามนัดของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางอัยการสูงสุดที่รับผิดชอบคดีนี้ยังไม่ได้ยื่นคำแก้

ทั้งนี้ศาลต้องพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.) ว่า จะดำเนินการไปในทางใด โดยศาลอาจจะดำเนินการตามแนวเดิม คือกำหนดวันการไต่สวน หรือเห็นว่า ถึงสืบพยานไปก็ไม่ได้ความชัดมากไปกว่านี้ เพราะทั้งสองคดีเป็นข้อหาตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง

ขณะที่ในคดี 258 ล้าน นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองก็ให้การชัดเจนแล้ว ว่า ไม่ได้ให้ความเห็นก่อน ซึ่งจะเป็นคำตอบให้กับศาล ว่า นายทะเบียนยังไม่ได้ให้ความเห็น และเมื่อทั้งสองคดีมีพยานบุคคล และพยานเอกสารชุดเดียวกันเมื่อฟังได้ชัดเจนแล้วสามารถจะยุติ และขี้ขาดเลยก็เป็นไปได้

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับความเห็นคำวินิจฉัยส่วนบุคคลของนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี หนึ่งในตุลาการเสียงข้างมากที่แสดงทัศนะข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงไว้อย่างละเอียด โดยได้เขียนในข้อเท็จจริงเมื่อนายทะเบียนไม่ให้ความเห็น แปลว่า ขบวนการภายในของ กกต.ไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริงตามประเด็นที่ศาลได้ตั้งเอาไว้ ดังนั้น การชี้ชัดจากการฟังจากปากพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วเชื่อว่าพรรคใช้เงินที่รับมาจาก กกต.ถูกต้อง และมีบัญชีถูกต้องตามเป็นจริง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ศาลได้วินิจฉัยไปตามข้อเท็จจริง ไม่ได้เป็นไปตามที่พรรคเพื่อไทย กล่าวหา หรือไม่กล้าลงลึกในข้อเท็จจริง

ด้าน นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ หนึ่งในทีมกฎหมาย กล่าวว่า จากที่ได้อ่านคำวินิจฉัยส่วนตนของนายอุดมศักดิ์ ที่ได้อธิบายไว้ชัดเจนว่า เหตุต้องมีการสืบพยานให้ครบถ้วนก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยออกมา เพราะพยานเอกสารที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีไม่อาจวินิจฉัยได้ในชั้นพิจารณาคำร้อง ดังนั้น จึงอยากให้ประชาชนที่เข้าใจคลาดเคลื่อนให้เข้าใจข้อเท็จจริง เพราะมีคนบางกลุ่มสงสัย ว่า จะเสียเวลาสืบพยานทำไม ซึ่งคำวินิจฉัยของนายอุดมศักดิ์ได้อธิบายไว้ชัดเจนแล้วทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ