ตร.ฟัน 2 ม็อบ หน้าสภา-สตช. เจอตัวแล้ว 31 คน จันทร์นี้ชัด เอาผิด ม.112

วันที่ 20 พ.ย. 2563 เวลา 15:45 น.
ตร.ฟัน 2 ม็อบ หน้าสภา-สตช. เจอตัวแล้ว 31 คน จันทร์นี้ชัด เอาผิด ม.112
รอง ผบช.น. คาดสัปดาห์หน้าออกหมายเรียกผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภา-สตช. เบื้องต้นระบุตัวบุคคลได้ 31 คน ยังไม่แจ้งข้อหาม.112 แกนนำม็อบราษฎร รอสตช.ประชุม 23 พย. จัดกำลัง 6 กองร้อยรับม็อบนักเรียนเลวพรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 63 พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภาและหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ทั้ง 2 คดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เพื่อพิสูจน์ทราบระบุตัวบุคคลที่กระทำความผิดทั้ง 2 จุด เบื้องต้นสามารถระบุตัวบุคคลได้แล้วรวมมากกว่า 30 คนแบ่งเป็นในพื้นที่สน.บางโพ จากการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา สามารถพิสูจน์ทราบบุคคลได้แล้ว 14 คน ,ในพื้นที่สน. ปทุมวัน จากการชุมนุมกันที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถระบุตัวและพิสูจน์ทราบบุคคลได้แล้ว 17 คน ในจำนวนนี้มีผู้ที่กระทำความผิดจากการก่อความรุนแรง ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ และชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายความผิดในหลายข้อหา อาทิ ความผิดตามพรบ.การชุมนุม , กฎหมายอาญา ข้อหาสมคบกัน 10 คนเพื่อก่อความวุ่นวาย, ทำให้เสียทรัพย์, ทำร้ายร่างกายสาหัส,พยายามฆ่า ,ความผิดตามพรบ.ความสะอาด, และพรบ.จราจรทางบก คาดว่าในสัปดาห์หน้าพนักงานสอบสวนจะเริ่มดำเนินการออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดมารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนได้

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นเรื่องการปะทะกันที่บริเวณหน้ารัฐสภา ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกตัวผู้บาดเจ็บมาให้ปากคำแล้ว 3 คน เป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนที่แยกบางโพ 1 คน และแยกเกียกกาย 2 คน ซึ่งมีทั้งฝั่งผู้ชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรและฝั่งผู้ชุมนุมกลุ่มปกป้องสถาบัน ส่วนลักษณะการก่อเหตุจะเป็นการจงใจก่อเหตุเพื่อหวังเอาชีวิตหรือเป็นการปกป้องคุ้มกันกลุ่มหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถเจาะจงประเด็นแรงจูงใจต่างๆได้ ต้องรอตรวจสอบแนววิถีกระสุนและพยานหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติม

รองผบช.น. กล่าวว่า สำหรับการชุมนุมของกลุ่มนักเรียนเลวในวันพรุ่งนี้ ( 21 พ.ย.) ที่แยกราชประสงค์นั้น ตรวจสอบล่าสุดยังไม่พบมีการแจ้งขอชุมนุมมาที่ตำรวจ ซึ่งหากวันนี้ก่อน14.00 น. ยังไม่แจ้งขอชุมนุมก็จะถือว่าเป็นความผิดตามพ.ร.บ.การชุมนุมเบื้องต้นในการควบคุมดูแลจะเพิ่มกำลังของกองร้อยควบคุมฝูงชนที่เป็นตำรวจหญิงมากขึ้น เนื่องจากผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ที่มาร่วมชุมนุมเป็นเด็กนักเรียนและเยาวชน เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงกับผู้ชุมนุมน้อยที่สุด นอกจากนี้จะมีผู้พิพากษาสมทบของศาลเยาวชน เจ้าหน้าที่สงเคราะห์เด็ก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรจะถูกแจ้งข้อหาเพิ่มตามในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น ยืนยันว่า ขณะนี้จะยังไม่มีการแจ้งข้อหาความผิดตามมาตรา 112 เนื่องจากต้องรอการพิจารณากำหนดขอบเขตการแจ้งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีอย่างชัดเจนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งในวันจันทร์นี้( 23 พ.ย.) พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) จะเรียกประชุมหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อขอบเขตให้ชัดเจนก่อนที่จะดำเนินการบังคับใช้

รองผบช.น. กล่าวว่า สำหรับกรณีที่สมาชิกกลุ่มนักเรียนเลวมีการโพสต์ภาพหมายเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 30 พย.ที่สน.ลุมพินีนั้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเรียกไปเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 แต่เป็นการเรียกไปเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาความผิดตามพ.ร.บ.การชุมนุม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมาตรา 112