"เทพไท" ฟันธง ญัตติร่างแก้ไขรธน. ผ่านสภาแค่ 2 ฉบับ

วันที่ 18 พ.ย. 2563 เวลา 08:35 น.
"เทพไท" ฟันธง ญัตติร่างแก้ไขรธน. ผ่านสภาแค่ 2 ฉบับ
ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ฟันธง ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผ่าน2 คว่ำ5 ฉบับ เรียกร้องให้โหวตรับทั้ง 7 ฉบับ เพื่อปลดล็อคการเมือง

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 63 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง มติวิปรัฐบาลในการลงมติญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง7ฉบับว่า เมื่อวิปรัฐบาลมีมติให้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลทุกคน ได้ลงมติในแนวทางเดียวกัน เพื่อความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล โดยกำหนดให้มีการลงมติใน3กลุ่มดังนี้

1.มีมติรับหลักการใน2ญัตติของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่มีเนื้อหาและหลักการเดียวกัน คือญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และการจัดตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งเป็นแนวจากผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แห่งราชณาจักรไทยปี 2560

2.มีมติงดออกเสียงใน4ญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทั้งๆที่เป็นประเด็นย่อยในรัฐธรรมนูญ เป็นการแก้ไขในรายมาตรา เช่น วิธีการเลือกตั้ง เปลี่ยนเป็นการใช้บัตรเลือกตั้ง2ใบ และการแก้ไขมาตรา159 มาตรา279 และมาตรา 272 ยกเลิกการให้สิทธิ์สมาชิกวุฒิสภาโหวตเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการแก้ไขรายมาตรา ที่มีสมาชิกวุฒิสภาหลายคนอภิปรายสนับสนุนด้วย แต่น่าแปลกใจที่พรรคร่วมรัฐบาลกลับไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขในประเด็นเหล่านี้ ทั้งที่เป็นหลักประกันว่าถ้ามีการยุบสภาระหว่างมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็สามารถใช้รัฐธรรมนูญปี2560ที่ได้รับการแก้ไขแล้วบังคับใช้ได้อย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

3.ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนของกลุ่มไอลอว์ ที่วิปรัฐบาลยังไม่มีมติที่ชัดเจน ต้องรอฟังการอภิปรายและคำชี้แจงของผู้เสนอก่อนนั้น น่าจะเป็นการมีมติในลักษณะแก้เกี้ยวมากกว่า เพราะวิปรัฐบาลน่ามีธงคำตอบอยู่ในใจ ไม่รับหลักการร่างรัฐธรรมนูนฉบับประชาชน แต่เพื่อไม่ต้องการหักดิบจนเกิดแรงปะทะมากจนเกินไป จึงอ้างเหตุผลข้อฟังเหตุผลก่อน แต่จากการอภิปรายของสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภา มีสัญญาณชัดเจนว่าจะไม่รับหลักการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายที่รัฐสภา ละเลย ไม่ให้ความสำคัญกับการเมืองภาคประชาชน และเป็นการปิดโอกาสประชาชนไม่ให้มีส่วนร่วมกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้

ส่วนตัวเห็นว่าเพื่อเป็นการพัฒนาประชาธิปไตยให้ทุกคนมีส่วนร่วม และเป็นการแก้ปัญหาวิกฤตทางการเมืองในขณะนี้ สมาชิกรัฐสภาควรจะ ลงมติรับหลักการทั้ง7ฉบับไว้ก่อน เพื่อนำมาแปรญัตติในวาระ2 แต่ก็เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน สิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุด ก็คือการลงมติรับหลักการได้เพียง2ฉบับ คือญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา256เท่านั้น