ปชป.ระบุร่างแก้ไขรธน.ไอลอว์มีหลายประเด็นรอที่ประชุมพรรคเคาะพรุ่งนี้

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 10:42 น.
ปชป.ระบุร่างแก้ไขรธน.ไอลอว์มีหลายประเด็นรอที่ประชุมพรรคเคาะพรุ่งนี้
โฆษกประชาธิปัตย์ย้ำหลักการของพรรคตั้งแต่เข้าร่วมรัฐบาลคือแก้รัฐธรรมนูญ ย้ำรอที่ประชุมพรรคลงมติพรุ่งนี้จะเอาอย่างไรกับร่างของไอลอว์

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)กล่าวถึงการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า วันที่ 17-18 พ.ย.เป็นวาระที่สำคัญของการประชุมร่วมรัฐสภาจะพิจารณาว่า จะรับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับใดบ้าง ซึ่งมีทั้งหมด 7 ฉบับ แต่หลักการของพรรคตั้งแต่เข้าร่วมรัฐบาลชัดเจนมาตั้งแต่ต้นในเรื่องนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล ต่อมาก็มีการผลักดันมาตามลำดับ มีการระบุไว้เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล จนมีการตั้งคณะกรราธิการศึกษา ท้ายที่สุดขณะนี้มาถึงการลงมติในชั้นรับหลักการในร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญเดินหน้าเพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ มี 2 ญัตติที่มีหลักการและเหตุผลในทำนองเดียวกัน คือญัตติของวิปรัฐบาลและญัตติของฝ่ายค้าน คือร่างที่ให้แก้ไขมาตรา 256 เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการแก้ที่ง่ายขึ้น และกรณีให้มีการเพิ่มเติมในเรื่องของสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยย้ำหลักการคือไม่มีการแก้ไขในหมวด 1 และ หมวด 2 สองร่างนี้พรรคจะลงมติรับหลักการในวาระ 1 ส่วนร่างของภาคประชาชนมี 1 ร่าง หรือที่เรียกว่าร่างไอลอว์ มีทั้งหมด 11 ประเด็น มีรายละเอียดในการแก้ไขรายมาตราอยู่หลายมาตรา และการตั้ง สสร.ก็มีความแตกต่างกับร่างของฝ่ายค้านและของรัฐบาล ซึ่งพรรคจะมีการประชุมพรุ่งนี้(16 พ.ย.)เวลา 13.00 น. เพื่อหารือในรายละเอียดต่างๆ

นายราเมศ กล่าวว่า ในวาระหนึ่ง คือวาระรับหลักการนั้น รัฐธรรมนูญระบุว่าต้องมีเสียงของวุฒิสมาชิก จำนวน 1 ใน 3 ของจำนวน สว.เท่าที่มีอยู่ ร่างใดแม้มีเสียงกึ่งหนึ่งแต่หากไม่มี สว.จำนวนดังกล่าวก็ต้องถือว่าตกไป ก็ต้องจับตาดูว่า สว.จะลงมติรับหลักการฉบับใดหรือไม่ และอีกประการสำคัญ การรับหลักการจะไม่สามารถรับประเด็นใดประเด็นหนึ่งในแต่ละร่างได้ ถ้ารับหลักการต้องรับทั้งร่าง ในของพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องการเข้าประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 17-18 พ.ย. ไม่ได้กังวลกับการเดินทางมาของผู้ชุมนุม ไม่มีการเตรียมแผนการรองรับใดๆ เชื่อว่าผู้ชุมนุมเข้าใจการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย และเชื่อว่าไม่มีเหตุการรุนแรงใดๆ