"ศรีสุวรรณ"จ่อยื่นขอตรวจสอบหลักฐานรายชื่อแก้รธฯ.ฉบับ"ไอลอว์"

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 09:02 น.
"ศรีสุวรรณ"จ่อยื่นขอตรวจสอบหลักฐานรายชื่อแก้รธฯ.ฉบับ"ไอลอว์"
"ศรีสุวรรณ" เตรียมยื่นประธานรัฐสภา ขอตรวจสอบหลักฐานรายชื่อผู้เสนอแก้รัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ว่ามีปลอมหรือไม่

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่มโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw) ได้อ้างรายชื่อประชาชนจำนวน 100,732 รายชื่อ ส่งให้รัฐสภาเมื่อวันที่ 22 ก.ย.63 ที่ผ่านมา เพื่อใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.256(1) ในการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนแล้วนั้น

การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวทั้งในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งของฝ่ายค้านและของรัฐบาล รวมทั้งของไอลอว์นั้น ถูกสังคมวิพากวิจารณ์กันอย่างมากทั้งที่เห็นด้วย และที่ไม่เห็นด้วยก็มีเป็นจำนวนมาก ซึ่งการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามครรลองของกฎหมายที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะในส่วนของไอลอร์นั้น ผู้ที่มีสิทธิที่จะร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้นั้น ต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คนตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเท่านั้น

ดังนั้น เมื่อเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับรายชื่อจากตัวแทนไอลอร์มาดำเนินการตรวจสอบพบว่าผู้ร่วมลงชื่อจริงมีเพียง 98,824 คนเท่านั้น ซึ่งต่อมาประธานรัฐสภาได้จัดให้มีการประกาศรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และจัดเอกสารไว้เพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ประกาศ คือสันที่ 14 ต.ค.63 ณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และได้มีหนังสือแจ้งไปยังผู้มีรายชื่อนั้นด้วยแล้ว

บัดนี้ได้ครบกำหนดระยะเวลาของการตรวจสอบแล้ว แต่เป็นที่สงสัยว่าหนังสือที่ทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งไปยังผู้มีรายชื่อทั้ง 98,824 นั้นมีผู้ยืนยันกลับมายังสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จำนวนเท่าใด และครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้หรือไม่ ทั้งนี้เนื่องจากตาม พรบ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.2556 บัญญัติไว้ใน ม.14 ว่า “ผู้ใดลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร หรือใช้ หรืออ้างลายมือชื่อปลอมเช่นว่านั้น เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นลายมือชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติหรือญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่แท้จริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะเดินทางไปยื่นคำร้องเพื่อขอตรวจสอบหลักฐานการยืนยันรายชื่อของผู้ร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมายว่าครบ 50,000 รายชื่อหรือไม่ และมีผู้ใดลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร หรือใช้ หรืออ้างลายมือชื่อปลอมหรือไม่ เพื่อที่จะได้เร่งรัดให้รัฐสภาหรือสภาผู้แทนฯ ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีเอากับผู้ริเริ่มการเข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาในวันจันทร์ที่ 16 พ.ย.63 เวลา 10.00 น. ณ อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) เขตดุสิต กทม.