"แก้วสรร"ห่วงม็อบปลดแอกถ้าคุมไม่อยู่หวั่นพาคนไปตาย

วันที่ 15 ก.ย. 2563 เวลา 20:18 น.
"แก้วสรร"ห่วงม็อบปลดแอกถ้าคุมไม่อยู่หวั่นพาคนไปตาย
"แก้วสรร"นำกลุ่มศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ ยื่น 2,966 รายชื่อให้กำลังใจอธิการมธ.ไม่อนุญาตให้ม็อบปลดแอกชุมนุม 19 ก.ย.หนุนจัดอภิปรายที่หอประชุมใหญ่ แต่ไม่ใช่การชุมนุมมา 2 วัน 1 คืนแล้วเทใส่ทำเนียบรัฐบาล ห่วงถ้าคุมไม่ได้จะเหมือนพฤษภาทมิฬ

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่บริเวณหน้าตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ท่าพระจันทร์ นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะศิษย์เก่ารุ่น 12 พร้อมด้วยศิษย์เก่ามธ.บางส่วน และมวลชนประมาณ 40 คน ในนามกลุ่ม “ปิดมธ. พอกันทีวีรชน” นัดรวมตัวและให้กำลังใจต่อนางเกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมนำรายชื่อ 2,966 คน ยื่นต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อยื่นหนังสือสนับสนุนการคัดค้านการใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการชุมนุมของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มประชาชนปลดแอก ในวันที่ 19 ก.ย. โดยกลุ่มศิษย์เก่า มธ.ได้นำดอกไม้ไปวางยังอนุสรณ์นายปรีดี พนมยงค์ หน้าตึกโดม 

นายแก้วสรร เปิดเผยว่า ใช้เวลา 3 วันในการรวบรวมรายชื่อในนามศิษย์เก่ามธ.ทั้งหมด คำขอดังกล่าวว่าด้วยเรื่องการออกคำสั่งอนุญาต หรือไม่อนุญาต และสนับสนุนอธิการบดีมธ.ที่จะสั่งไม่อนุญาต ส่วนการบังคับตามคำสั่งก่อนหน้านี้ถ้าจะสั่งไม่อนุญาตแล้ว หากมีการเข้ามาในมหาวิทยาลัยอีกตนไม่ไปก้าวล่วง เกิดอะไรขึ้นอธิการบดีมธ.เป็นคนรับผิดชอบ ถ้าพูดแบบชาวบ้านคือจะไปเสือกไม่ได้ เพราะท่านเจ็บตัว ตนไม่ได้เจ็บตัว เรามาด้วยความเคารพอำนาจของผู้บริหาร ที่เห็นว่าอะไรควรไม่ควร

ทั้งนี้ พวกเราไม่มีการจัดตั้งกลุ่มอะไรทั้งสิ้น ที่เห็นจำนวนเกือบ 3,000 ชื่อในวันที่ 20 ก.ย.นี้จะหายตัวไปเลย ไลน์กลุ่มจะปิดตัวในวันดังกล่าว แต่ช่วงระยะเวลาต่อจากนี้ไปจนถึงก่อนวันที่ 20 ก.ย.หากมีอะไรเราก็จะแจ้งข่าวสารให้ทราบ อย่าไปบอกว่าเราจัดตั้งโน่นนี่ ที่ไปบอกว่าเราจะนอนในมหาวิทยาลัยเป็นข่าวเท็จทั้งสิ้น เราไม่ได้ปฏิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนักศึกษา แต่เราปฏิเสธเสรีภาพในการชุมนุม ต้องแยกให้ออก เพื่อความชัดเจน บอกเลยว่า ไม่เห็นด้วยที่จะให้นายกฯลุงตู่จะอยู่ต่อไป ควรมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น แต่จุดยืนร่วมกันของเราคือการชุมนุมใช้สิทธิ์ใช้ชื่อธรรมศาสตร์ ใช้สถานที่ ใช้เกียรติภูมิของธรรมศาสตร์เพื่อการชุมนุม มันเป็นการใช้ธรรมศาสตร์เพื่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สุ่มเสี่ยงสูงสุด

"ถ้าอยากอภิปราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องนายกฯ ไม่มีความชอบธรรม เรื่องปฏิรูปสถาบันอะไรก็ตามแต่ ก็จัดอภิปรายที่หอประชุมใหญ่ แต่ไม่ใช่การชุมนุมมา 2 วัน 1 คืนแล้วเทใส่ทำเนียบรัฐบาล เผด็จการจะได้เรียนรู้อย่าลึกซึ้ง มีบาดแผล ไม่รู้ลืม ท่านจะไม่กลับมือเปล่า พวกผมปรึกษากันแล้ว ถ้าชุมนุมแบบนี้ จำเหตุการณ์พฤษภาทมิฬได้หรือไม่ ที่ควบคุมไม่ได้ เขาเรียกว่าพาคนไปตาย"นายแก้วสรรกล่าว

จากนั้น นายแก้วสรร ได้พยายามประสานกับตัวแทนเจ้าหน้าที่ของทางมหาวิทยาลัย เพื่อให้อธิการบดีมธ. ลงมารับหนังสือด้วยตัวเอง โดยกล่าวว่า นัดไว้แล้ว อธิการบดี มธ.เป็นคนบอกตนด้วยวาจา และตนถือตามเวลาที่นัดไว้คือ 16.00 น.ให้ไปแจ้งกับอธิการบดี มธ. ให้ลงมารับหนังสือประมาณ 5 นาทีได้หรือไม่ ไม่เจ็บตัวอะไร

กระทั่งเวลา 15.45 น. นายศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รองอธิการบดีมธ. ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นตัวแทนลงมาชี้แจงกับนายแก้วสรร และทางศิษย์เก่ามธ.ว่า  เนื่องจากวันนี้มีหลายกลุ่มที่มายื่นหนังสือถึงอธิการบดีมธ. แต่ทางอธิการบดีมธ. ได้บอกว่า เพื่อรักษาความเป็นกลางของมหาวิทยาลัย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้มีจุดยืนชัดเจนไปแล้ว ในเรื่องของการขอใช้พื้นที่ แต่เพื่อเป็นการให้เกียรติกับทางนายแก้วสรร และศิษย์เก่ามธ. จึงขอให้เฉพาะนายแก้วสรร ขึ้นไปพบอธิการบดีมธ. และขอไม่ให้สื่อมวลชนตามเข้าไปสังเกตการณ์ ยืนยันว่าไม่ได้แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ในวันนี้ก็ไม่ได้พบใครทั้งหมด แต่ทางนายแก้วสรรได้นัดไว้เอง

จากนั้น นายแก้วสรร พร้อมด้วยศิษย์เก่ามธ. บางส่วนได้ขึ้นไปพบอธิการบดีมธ. โดยไม่ให้สื่อมวลชนตามขึ้นไป และได้หารือกันเป็นเวลาประมาณ 10 นาที จนเวลา 16.00 น. นายแก้วสรร ลงมาเปิดเผยภายหลังเข้าหารือกับอธิการบดีมธ.ว่า มาให้กำลังใจอธิการบดี ในฐานะศิษย์เก่า รุ่นพี่ รุ่นน้อง และเห็นด้วยกับการตัดสินใจของอธิการบดี ส่วนคำสั่งบังคับเรื่องการใช้พื้นที่ที่ทางมหาวิทยาลัยออกมานั้น เราไม่ขอก้าวล่วง เพราะเป็นการตัดสินใจโดยทางอธิการบดีมธ. ก็ได้ขอบคุณ และไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม เนื่องจากไม่อยากพูดอะไรมาก ดูท่าทางอธิการบดีมธ.จะเหนื่อยมากน่าเห็นใจ