หน้าสภาฯระทึกม็อบ 2 กลุ่มจัดกิจกรรมโหมไฟการเมืองร้อน

วันที่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 14:48 น.
หน้าสภาฯระทึกม็อบ 2 กลุ่มจัดกิจกรรมโหมไฟการเมืองร้อน
"ม็อบอาชีวะ"ยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภาเรียกร้องให้ดำเนินการกับนักการเมืองที่จาบจ้วงสถาบัน และอยู่เบื้องหลังหนุนม็อบนักเรียนนักศึกษา

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่บริเวณริมถนนฝั่งอาคารสภาผู้แทนราษฎร  กลุ่มแนวร่วมปกป้องสถาบันฯ นำโดย ศูนย์กลางประสานงานนักศึกษา อาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบันฯ ประมาณ 50 คน นำโดย พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตแนวร่วม กปปส.นัดรวมตัวกันที่บริเวณหน้าศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร (เกียกกาย)เพื่อยื่นเรื่องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแสดงจุดยืนให้ดำเนินการกลับกลุ่มผู้ชุมนุมบางกลุ่ม และกลุ่มคนที่จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน ในโลกออนไลน์ หลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการอย่างจริงจังละเลยให้บานปลาย

ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนแผงกั้นผู้ชุมนุมไม้่ให้เดินมายึงหน้ารัฐสภา เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมอีกกลุ่มคือ คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน(ครช.)มาทำกิจกรรมแสดงจุดยืน “ไม่แก้ไข เขียนใหม่เท่านั้น” นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ อาจารณ์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาทำกิจกรรมแสดงจุดยืนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จึงกังวลว่าจะเกิดการปะทะกัน จึงให้ผู้ชุมนุมปกป้องสถาบันฯ ยื่นหนังสือบริเวณด้านหน้ารัฐสภาก่อนถึงประตูทางเข้า ซึ่งอยู่คนละฝั่งกันกับกลุ่มอาชีวะ โดยมีนายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานประธานสภา ฯ เป็นผู้รับหนังสื่อ

สำหรับ เนื้อหาในหนังสือระบุโดยสรุปว่า เจตนาของกลุ่มผู้มาชุมนุมโจมตีรัฐบาล และมีการกล่าวร้ายต่อสถาบันนั้น มีกลุ่มการเมืองที่มีเจตนาไม่ดีต่อสถาบัน อยู่เบื้องหลังการชุมนุม มีการส่งชุดความคิดที่ไม่ถูกต้องแก่เยาวชน ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง กลุ่มการเมืองพยายามสร้างวาทกรรมแบ่งแยกเป็นฝ่ายประชาธิปไตย และฝ่ายเผด็จการ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด รวมถึงแบ่งแยกประชาธิปไตยออกจากสถาบัน ขณะเดียวกันทาง ศปอส. ได้เสนอให้รัฐสภาเร่งดำเนินการควบคุมกลุ่มการเมืองที่ปลุกปั่น อย่าให้ดำเนินการเช่นนี้อีก และตรวจสอบจริยธรรมของนักการเมืองเหล่านี้ พร้อมลงโทษตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงให้ความรู้ที่ถูกต้องกับประชาชน ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู แกนนำ กล่าวว่า เรารับไม่ได้ และอยู่เฉยต่อเรื่องนี้ไม่ได้ เราจะจับตาทุกคนที่จาบจ้วง จะล็อคเป้าทุกคน แต่จะใช้วิธีการเจรจาให้รู้ว่าแผ่นดินนี้อยู่รอดปลอดภัยเพราะสถาบัน ยืนยันว่าเราจะใช้วิธีอหิงสา และเราไม่นิยมใช้ความรุนแรง แต่ถ้ามีภัยมาถึงตามสัญชาตญาณมนุษย์ก็จะต้องมีการป้องกันตัว จากนั้นในเวลา 11.05 น. ทางกลุ่ม ศอปส. ได้รวมตัวกันร้องเพลงชาติไทย และเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ โดยไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายใดๆเกิดขึ้น