posttoday
เลื่อนอ่านฎีกาครั้งที่สี่ คดี "4 แกนนำ นปช." บุกบ้านสี่เสาฯ

เลื่อนอ่านฎีกาครั้งที่สี่ คดี "4 แกนนำ นปช." บุกบ้านสี่เสาฯ

24 เมษายน 2563

ศาลอาญา เลื่อนนัดอ่านฎีกาครั้งที่สี่ คดี "4 แกนนำ นปช." นำบุกบ้านสี่เสาฯ 26 มิ.ย.นี้ ตามนโยบายเลี่ยงไวรัสโควิด19 ระบาด

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณี ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก กำหนดนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีกลุ่มนปช.ชุมนุมปิดล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ เมื่อปี 2550 ซึ่งเคยเป็นบ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในวันพฤหัสบดีที่ 30 เม.ย.63 เวลา 09.00 น.นั้น ล่าสุด ศาลอาญา ได้เลื่อนนัดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้ ออกไปเป็นวันที่ 26 มิ.ย.63 เวลา 09.00 น. เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการควบคุมแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ซึ่งคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ได้มีประกาศเรื่องการบริหารจัดการคดีภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 และยังประกาศคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ด้วย ที่ให้ผู้รับผิดชอบราชการศาล ใช้ดุลพินิจพิจารณาเลื่อนคดีจัดการพิเศษ , คดีสามัญ , คดีสามัญพิเศษทุกคดี ที่นัดในช่วงเวลาตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างวันที่ 1-30 เม.ย.นี้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 , นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน , นายวันชัย นาพุทธา , นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. , นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-7 ในคดีหมายเลขดำ อ.3531/2552 ความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ฯ ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้า หรือผู้มีหน้าที่สั่งการ , ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่มั่วสุมเลิกไปแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง , 215 , 216 , 297 , 298 ประกอบมาตรา 33 , 83 , 91

กรณีสืบเนื่องจากวันที่ 22 ก.ค.50 แกนนำและแนวร่วม นปช. นำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคน จากเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ สนามหลวง ไปยังบ้านสี่เสาเทเวศร์ บ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เพื่อเรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ ซึ่งนายนพรุจ จำเลยที่1 ได้ใช้ ไม้เสาธง ตีประทุษร้ายร่างกาย ร.ต.อ. ทวีศักดิ์ นามจันทร์เจียม เป็นเหตุให้กระดูกข้อมือแตกเป็นอันตรายสาหัส

ซึ่งศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเดือน ม.ค.60 ว่า 4 แกนนำ นปช.ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 4-7 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม , มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม ให้จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 4 ปี แต่คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4-7คนละ 2 ปี 8 เดือน

ส่วนของ นายนพรุจ อดีตแกนนำพิราบขาว จำเลยที่ 1 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน โดยโทษจำคุกทั้งหมดนั้นไม่รอการลงโทษ (ไม่รอลงอาญา) ซึ่งจำเลยทั้ง 5 คนได้ยื่นฎีกาสู้คดี และได้ประกันตัวระหว่างฎีกาคนละ 500,000 บาท พร้อมถูกกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาต

โดยคดีเคยนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาครั้งแรก วันที่ 31 ก.ค.62 แต่ขณะนั้นมีจำเลยบางคนป่วย กระทั่งนัดอ่านครั้งที่สอง วันที่ 23 ก.ย.62 ก็ปรากฏว่า นายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูเเถลง และนพ.เหวง จำเลยที่ 4-7 ได้ยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมที่เคยปฏิเสธความผิด และขอต่อสู้คดี เป็นยื่นคำให้การใหม่ขอให้การรับสารภาพไม่ต่อสู้คดี ส่วนนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ยังคงยืนยันให้การปฏิเสธ จึงต้องส่งสำนวนกลับไปให้ศาลฎีกาพิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป

และเมื่อนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาครั้งที่ 3 ในวันที่ 6 ก.พ.63 ก็ปรากฏว่านายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ย้ายที่อยู่ จึงไม่สามารถส่งหมายนัดให้ได้ ศาลอาญาจึงกำหนดอ่านคำพิพากษาฎีกาครั้งที่ 4 มาเป็นวันที่ 30 เม.ย.63

ภาพประกอบข่าว

ข่าวล่าสุด

อินชัวร์ เอกซ์ พลิกโฉมสู่ “ที่ปรึกษาด้านประกัน” เจาะกลุ่มกลาง-บน ดันเบี้ยแตะหมื่นล้านใน 5 ปี

อินชัวร์ เอกซ์ พลิกโฉมสู่ “ที่ปรึกษาด้านประกัน” เจาะกลุ่มกลาง-บน ดันเบี้ยแตะหมื่นล้านใน 5 ปี