คนไทยมองการเมืองติดลบต่อเนื่องวิตกขาดเสถียรภาพในอนาคต
โพลหอการค้าฯเผยคนไทยมองสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันแย่ลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13เชื่อว่าจะขาดเสถียรภาพในอนาคต
เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นทางสังคมของผู้บริโภคร่วมกับการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมีนาคม 2563พบว่า ดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 70 เดือนนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2557 เป็นต้นมา
ทั้งนี้ ดัชนีปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ในระดับ 37.6 เทียบกับระดับที่ 41.9 ในเดือน ก.พ. โดยกลุ่มตัวอย่างเห็นว่าในปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่มีสถานการณ์ทางการเมืองอยู่ในระดับดี (มีเสถียรภาพ) ปานกลาง และแย่ (ขาดเสถียรภาพ) ประมาณ 3.2% 31.2% และ 65.6% ตามลำดับ
ขณะที่เดือนก.พ.กลุ่มตัวอย่างเห็นว่า สถานการณ์ทางการเมืองอยู่ในระดับดี (มีเสถียรภาพ) ปานกลาง และแย่ (ขาดเสถียรภาพ) ประมาณ 3.8% 34.3% และ 61.9% ตามลำดับ กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันในระดับแย่ เกินกว่า 50.0% เป็นเดือนที่ 5 และต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ในรอบ 69 เดือนนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2557 เป็นต้นมา
สำหรับการคาดหวังในสถานการณ์ทางการเมืองในช่วง 3 เดือนข้างหน้า กลุ่มตัวอย่างเห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตยังมีเสถียรภาพดี โดยเห็นว่าในอนาคตสถานการณ์ทางการเมืองอยู่ในระดับดี (มีปัญหาน้อย) ปานกลาง และแย่ (มีปัญหามาก) ประมาณ 3.6% 35.8% และ 60.6% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 และอยู่ในระดับต่ำสุด ในรอบ 70 เดือนนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2557 เป็นต้นมา มาอยู่ที่ระดับ 43.0 เทียบกับดัชนีในเดือนก.พ. ที่อยู่ที่ระดับ 47.0
นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตในระดับแย่เกินกว่า 50.0% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ในรอบ 69 เดือนนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2557 เป็นต้นมา การที่ดัชนี ความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตปรับตัวห่างจากระดับ 100 มากขึ้น แสดงว่าในมุมมองของผู้บริโภคเห็นว่าสถานการณ์การเมืองของประเทศไทยจะขาดเสถียรภาพในอนาคต


