พลังปวงชนไทยส่งตีความอำนาจกกต.เลื่อนประชุมใหญ่พรรคการเมืองได้หรือไม่
"พลังปวงชนไทย"ยื่นศาลรธน.ตีความกกต.มีอำนาจเลื่อน หรือขยายเวลาประชุมใหญ่พรรคการเมืองได้หรือไม่ ช่วงสถานการณ์โควิด-19ระบาด
นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10เม.ย.63 ได้ไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อขอให้พิจารณาและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตีความปัญหาเกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือ เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต.ว่าสามารถเลื่อน หรือ ขยายเวลาการจัดประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองได้หรือไม่
ทั้งนี้ อาศัยอำนาจตามช่องทางแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 210 (2) มาตรา 224 (6) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 22 (1) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ .2561 มาตรา 7 (2 ) มาตรา 41 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ตลอดจน ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด 1 9 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) ) พ.ศ 2563 ลงวันที่ 2 มีนาคมพ.ศ 2563 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ 2548
เพราะหากนำระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเปรียบเทียบความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งพ. ศ. 2562 ฉบับลงวันที่ 17 กันยายน 2562 ซึ่งกำหนดให้แยกย่อยฐานความผิดออกจากการและจะมีการเปรียบเทียบปรับเรียงกระทงจะทำให้พรรคพลังปวงชนไทยและพรรคการเมืองต่างๆต้องเสียค่าเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนมากและความผิด ข้างต้น มิได้เกิดจากการกระทำของพรรคการเมือง หรือ พรรคพลังปวงชนไทย แต่เกิดจากโรคติดต่ออันตรายที่แผ่วงกว้างลุกลามไปทั่วอย่างรวดเร็วและเป็นที่เข้าใจได้
อีกทั้ง อยู่นอกเหนือการควบคุมของพรรคการเมือง "มาตรา 43 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 กำหนดไว้ด้วยว่า ให้หัวหน้าพรรคการเมืองจัดทำรายงานการดำเนินงานของพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองเพื่ออนุมัติภายในเดือนเมษายนของทุกปีและหัวหน้าพรรคการเมืองต้องส่งรายงานการดำเนินงาน หรือ กิจการของพรรคการเมืองซึ่งที่ประชุมใหญ่พรรคการเมืองอนุมัติแล้วต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ ส่วนงบการเงินตามมาตรา 63 ซึ่งผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบรับรองและก็จะต้องส่งให้นายทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองอนุมัติเช่นเดียวกัน"
"ผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและหากหัวหน้าพรรคการเมือง นายทะเบียน รวมถึง เหรัญญิกของพรรคการเมือง ตามมาตรา 106 ไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 23 วรรคสอง มาตรา 25 มาตรา 26 วรรคสอง มาตรา 33 วรรคสอง หรือ วรรคสี่ มาตรา 38 วรรคสอง หรือ วรรคสาม มาตรา 43 วรรคหนึ่ง หรือ วรรคสาม มาตรา 61 มาตรา 64 วรรคสอง หรือ วรรคสาม หรือ มาตรา 71 แล้วจะต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทและปรับอีกวันละหนึ่งพันบาท ตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง" นาย นิคม กล่าว


