ศรีสุวรรณ เตือน พปชร.ขายไข่อาจทำให้ถูกยุบพรรค

วันที่ 28 มี.ค. 2563 เวลา 09:11 น.
ศรีสุวรรณ เตือน พปชร.ขายไข่อาจทำให้ถูกยุบพรรค
เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุ สส.พปชร.นำไข่มาขายแก้วิกฤตไข่แพง ไม่ได้ ชี้ อาจทำให้ถูกยุบพรรค

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ แถลงที่รัฐสภาว่าจะเปิดพื้นที่หน้าที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ถนนรัชดาภิเษก เพื่อจำหน่ายไข่ไก่สด เบอร์ 3 ราคาฟองละ 3 บาท ให้กับประชาชน หลังจากที่ได้ติดต่อกับบางฟาร์มใน จ.นครสวรรค์ ทั้งนี้ จะเปิดจำหน่ายให้ประชาชน ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป จนกว่าวิกฤตไข่ไก่จะสิ้นสุด โดยจะจำหน่ายวันละ 1 แสนฟองนั้น

การกระทำดังกล่าว อาจเป็นการฝ่าฝืน พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 ประกอบ พรป.พรรคการเมือง 2560 เนื่องจากอาจจะทำให้ประชาชนแห่แหนกันไปซื้อไข่เป็นจำนวนมากซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 แม้จะมีมาตรการป้องกันแต่ก็เป็นการขัดต่อข้อกำหนด 16 ข้อของนายกรัฐมนตรีที่สั่งห้ามการชุมนุม ห้ามการเดินทางข้ามเขต ห้ามกักตุนสินค้า ฯลฯ อีกทั้งพรรคพลังประชารัฐ มิได้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ ไม่มีใบอนุญาตให้จำหน่ายสินค้าและบริการได้ ซึ่งหากจะอ้างว่าเป็นการหารายได้เข้าพรรคตาม ม.62 แห่ง พรป.พรรคการเมือง 2560 ก็มิอาจอ้างได้เพราะมิได้ขออนุญาตจาก กกต.เสียก่อน รวมทั้งการนำไข่ออกมาจำหน่ายเกินกว่าราคาควบคุมที่ 2.80 บาท เป็นการทำให้กลไกการตลาดของไข่เปลี่ยนแปลงไปจากการควบคุมของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเสียหาย และก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันเป็นการกระทำต้องห้ามตาม ม.44 และ ม.45 แห่ง พรป.พรรคการเมือง 2560 ซึ่งผู้ฝ่าฝืนอาจมีความผิดตาม ม.114 และ ม.115 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ ซึ่งส่งผลให้พรรคการเมืองดังกล่าวอาจถูก กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรค ตาม ม.92(3) ได้อีกด้วย

ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐจึงไม่มีหน้าที่จะนำไข่จากนครสวรรค์เดินทางมาตั้งโต๊ะจำหน่ายให้ประชาชนทำลายกลไกการตลาด ณ ด้านหน้าที่ทำการพรรคได้ หากฝ่าฝืนหรือต้องการทดสอบความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายเพราะถือว่าเป็นพรรคของรัฐบาล สมาคมฯก็จะขอพิสูจน์อำนาจของนายกรัฐมนตรีว่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องหรือพรรคการเมืองฝั่งตนหรือไม่ และในวันจันทร์ที่ 30 มี.ค.63 ไปเจอกันที่ กกต. ได้เลย