เตือนฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินโควิดโทษจำคุก 2 ปีปรับ4หมื่น

วันที่ 26 มี.ค. 2563 เวลา 16:55 น.
เตือนฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินโควิดโทษจำคุก 2 ปีปรับ4หมื่น
เลขาสมช.แจงฝ่าฝืนข้อกำหนดพรก.ฉุกเฉินคุมโควิดเจอโทษหนักทั้งจำคุกและปรับ"ศบค."คาดหากประชาชนไม่ร่วมมือ 15 เม.ย.ติดเชื้อพุ่ง2.5หมื่น

พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยหลังประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)หรือ ศบค. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯว่า เป็นการหารือถึงภาพรวมข้อกำหนดต่างๆที่มีผลบังคับใช้แล้ว รวมทั้งเน้นข้อกำหนดต่างๆที่มีผลบังคับใช้แล้วและยังมีข้อกำหนดบางอย่างที่ยังไม่ชัดเจน

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติจะทำการชี้แจงต่อสาธารณะ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ ที่ประจำอยู่ตามจุดตรวจ(ด่าน) จะแจ้งอีกครั้ง อย่างกรณีการเดินทางข้ามจังหวัดที่ในข้อเท็จจริงไม่อยากจะให้มีการข้ามที่ไหน แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องข้ามก็จะต้องเจอกับมาตรการที่เข้มข้น ทั้งการตรวจอุปกรณ์ในรถ การตรวจอุณหภูมิร่างกาย การตรวจบัตรประจำตัวประชาชน และถ้าตรวจพบว่ามีไข้ ก็จะส่งตรวจไปที่โรงพยาบาลทันที

สำหรับโทษ ถ้าฝ่าฝืนมาตรการและข้อกำหนดจริงๆจะรับโทษหนักจำคุก 2 ปีปรับ 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับแต่เราไม่อยากใช้มาตรการลงโทษขนาดนั้น จึงขอความร่วมมือกันก่อนให้ปฏิบัติตามข้อกำหนด แต่ถ้ายังไม่เชื่อฟังกันอีกก็ต้องเพิ่มความเข้มข้น และบทลงโทษต่อๆไปซึ่งบทลงโทษถึงวันนี้เจ้าหน้าที่จะจริงจังแล้วแต่ทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับเจตนาว่ามีเจตนาร้ายหรือดีมากน้อยแค่ไหนโดยพื้นที่เข้มข้นจะทำทั่วประเทศพร้อมกัน

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าในที่ประชุมศบค. ทางกระทรวงต่างประเทศแสดงความเป็นห่วงตามแนวชายแดนรอบประเทศเป็นพิเศษ ว่าทุกฝ่ายจะต้องมีความระมัดระวัง และดูแลปัญหาดังกล่าวนี้ โดยเฉพาะต่อกรณีการเคลื่อนย้ายของกลุ่มแรงงานต่างด้าว กลับเข้าไทยหลังเทศกาลสงกรานต์ คือจะต้องมีการคัดกรองและตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาดในไทย