"เทพไท" หนุน ตั้ง "บิ๊กป้อม" เป็นผอ.ศอฉ.โควิด

วันที่ 25 มี.ค. 2563 เวลา 10:54 น.
"เทพไท" หนุน ตั้ง "บิ๊กป้อม" เป็นผอ.ศอฉ.โควิด
ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ หนุน นายกฯ ตั้ง "บิ๊กป้อม" เป็น ผอ.ศอฉ.โควิด ขอพรก.ฉุกเฉิน ต้องไม่ปิดกั้นประชาชน แสดงความเห็น

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า ในวันพรุ่งนี้จะมีผลการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอย่างเต็มรูปแบบแล้ว และรัฐบาลจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯทุกประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์อำนวยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ตามมาตรา 6 ที่บัญญัติไว้ “ให้มีคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินคณะหนึ่ง ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ”

ซึ่งจากบทบัญญัติดังกล่าวนายกรัฐมนตรี อาจจะแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง หรือตัวนายกรัฐมนตรีสามารถที่จะเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการ ศอฉ.ด้วยตนเองก็ได้ แต่ถ้าหากต้องการจะแบ่งความรับผิดชอบให้รองนายกรัฐมนตรีตามมาตรา6 ก็ควรจะเป็นพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าว เป็นพี่ใหญ่ของกองทัพ เป็นผู้จัดการรัฐบาล เป็นผู้มีบารมีตัวจริง มีประสบการณ์ในฐานะเคยเป็นกรรมการ ศอฉ.เมื่อปี 2553 มาก่อน สามารถทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี และทั้งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้ง3ท่านนี้ ก็เคยเป็นกรรมการ ศอฉ.มาก่อนทั้งสิ้น จึงไม่น่าเป็นห่วงสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการ ศอฉ.โควิด19ในครั้งนี้ แต่สถานการณ์ และเงื่อนไขของ ศอฉ.อาจจะแตกต่างกันตรงที่ ศอฉ.เมื่อปี 2553 มีหน้าที่ควบคุมสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองแต่ ศอฉ.ปี 2563 มีหน้าที่ควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค 19 ซึ่งบริบทของการบริหาร ศอฉ.อาจจะแตกต่างกัน ระหว่างเรื่องการเมืองกับเรื่องโรคภัยไข้เจ็บโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นของประชาชน จะต้องไม่ปิดกั้น หรือลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงความเห็นทางการเมืองที่เห็นต่างกับรัฐบาล