นายกฯไฟเขียวเปิดพื้นที่นศ.จัดแฟลชม็อบในสถานศึกษา

วันที่ 11 มี.ค. 2563 เวลา 17:44 น.
นายกฯไฟเขียวเปิดพื้นที่นศ.จัดแฟลชม็อบในสถานศึกษา
รมว.การอุดมศึกษาฯรับ 5 ข้อเสนอของ 10 เครือข่ายเยาวชนหนุนนักเรียนนักศึกษาจัดกิจกรรมแฟลชม็อบในสถานศึกษา ย้ำต้องไม่ผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)รับมอบหนังสือข้อเรียกร้องจากเครือข่ายเยาวชน จำนวน 10 เครือข่าย ที่ทำงานพัฒนาสังคมและชุมชนที่เกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ กรณีการจัด FLASH MOB ของนักเรียนและนักศึกษา โดยมีข้อเรียกร้องจำนวน 5 ข้อ

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องประกอบด้วย 1.ขอให้กระทรวงฯ สั่งการให้สถานศึกษาเปิดพื้นที่ปลอดภัยภายในสถานศึกษา ให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้แสดงออกทางความคิดได้อย่างเสรี และสร้างสรรค์ ไม่ปิดกั้นแทรกแซง 2.ขอให้กระทรวงฯ พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องประชาธิปไตยในสถานศึกษาอย่างจริงจัง ไปถึงการรู้สิทธิ หน้าที่ เคารพในความคิดต่าง การแสดงออกทางความคิดอย่างสันติ และการเคารพในสิทธิของผู้อื่น

3. ขอเรียกร้องให้รุ่นพี่ ศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกันปกป้องการแสดงออกของนักเรียนนิสิตนักศึกษา ร่วมทำให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย และให้การสนับสนุนตามความเหมาะสม อาทิ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ กระดาษ ปากกา ป้ายผ้า ฯลฯ

4.ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสังคม รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนง หลีกเลี่ยงการใช้คำพูด หรือวาทกรรมที่จะนำไปสู่ความเกลียดชัง (hate speech) สร้างความแตกแยกในสังคม เราควรเรียนรู้และเคารพในความคิดต่างที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสร้างสรรค์ และ 5. ขอฝากถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษา ให้ระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการสื่อสารที่อาจนำไปสู่การสร้างเงื่อนไขที่จะทำให้ผู้ไม่หวังดี หรือมือที่สามหยิบยกเข้ามาทำลายความชอบธรรม และบิดเบือนเจตนารมณ์ในการแสดงออก

ด้าน นายสุวิทย์ ได้ชี้แจงต่อกลุ่มเยาวชนใน 4 ประเด็นประกอบด้วย 1.ขอให้ตั้งกลุ่ม Line โดย รมว.การอุดมศึกษาฯจะเข้าร่วมในกลุ่ม เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นต่อไปทั้งในปัจจุบันและอนาคต 2. ได้หารือเรื่อง FLASH MOB กับ นายกฯและเห็นพ้องต้องกันว่า มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่เปิดกว้างทางความคิด นักศึกษาสามารถแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ได้โดยไม่ทำผิดกฎหมาย โดยนายกฯได้กำชับให้เปิดพื้นที่ให้แก่เยาวชนและนักศึกษาได้มีเสรีภาพทางความคิด

3.เชื่อว่าเยาวชนคือผู้กำหนดอนาคตประเทศ (Youth as a Future Changer) กระทรวง อว. มีการดำเนินโครงการเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เช่น โครงการยุวชนสร้างชาติ (ประกอบด้วย โครงการยุวชนอาสา ที่ให้นักศึกษาปี 3-4 รวมกลุ่มกันไปพัฒนาชุมชนเป็นเวลา 1 ภาคการศึกษาโดยคิดเป็นหน่วยกิตในการเรียน, โครงการบัณฑิตอาสา ที่ให้บัณฑิตจบใหม่ได้ไปทำงานแก้ปัญหาในชุมชนเป็นเวลา 1 ปี โดยมีเงินเดือนและการฝึกอบรมที่เหมาะสม, กองทุนยุวสตาร์ทอัพ ที่ให้เงินทุนเยาวชนสำหรับจัดตั้งธุรกิจใหม่หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม)

นอกจากนั้น มีโครงการ Policy Pitching และ Youth TED Talk เพื่อให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมเชิงนโยบาย สามารถนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประเทศเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น ฝุ่น PM2.5 หรือ โรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำ เป็นต้น เพื่อให้เยาวชนเป็นประชาชนที่ตื่นรู้ หรือ Active Citizen และ 4. รมว.อว. ได้สั่งการให้มหาวิทยาลัยอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาในการจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ภายในมหาวิทยาลัย และให้ดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพให้แก่นักศึกษาด้วย เช่น จัดเตรียมหน้ากาก เจลล้างมือ หรืออาจตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19