ปชป.หนุน กมธ.แก้รธน. รับฟังความเห็น แฟลชม็อบ นศ.

วันที่ 07 มี.ค. 2563 เวลา 11:38 น.
ปชป.หนุน กมธ.แก้รธน. รับฟังความเห็น แฟลชม็อบ นศ.
โฆษก ปชป. เห็นด้วย กมธ.วิสามัญแก้ รธน. รับฟังความเห็น แฟลชม็อบ นักศึกษา แนะใช้กลไกระบบรัฐสภา ผ่าน กมธ. ชุดต่างๆ

เมื่อวันที่ 7 มีค. นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเริ่มต้นศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้พรรคได้จัดเตรียมข้อมูล ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเรียบร้อยแล้ว เกี่ยวกับปัญหาหลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อส่งให้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เนื่องจากประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีหนังสือถึง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ให้ส่งข้อมูลภายในวันที่ 10 มี.ค 2563

พรรคได้เน้นย้ำจุดยืนมาโดยตลอดว่าเงื่อนไขในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะต้องมีการดำเนินการเมื่อมีการระบุไว้เป็นนโยบายเร่งด่วนแล้ว และต่อมาก็ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีพรรคได้นำเสนอข้อมูลในหลายส่วนที่จะเห็นได้ว่าเราไม่ได้ตั้งต้นเฉพาะกรณีใดกรณีหนึ่งแต่เรามุ่งประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนประเทศชาติและต่อระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น หลายเรื่องที่ควรมีการหยิบยกมาพูดคุยกันเช่นสิทธิของพี่น้องประชาชนในด้านต่างๆที่จำเป็นจะต้องมีการศึกษาพิจารณา ระบบการเมืองก็มีหลายประเด็นที่เป็นปัญหาไม่ว่าจะเรื่องกรณีการเข้าสู่อำนาจหน้าที่ กรณีของการคำนวนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรณีของการใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ ก็เป็นปัญหาที่ควรหยิบยกมาพิจารณาทั้งสิ้นรวมถึงกรณีของการพิจารณาศึกษาว่าเราจะทำอย่างไรที่จะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการแก้ไขที่ง่ายขึ้น ก็เป็นข้อมูลที่จะสะท้อนผ่านไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าว

และเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวที่ได้มีการหยิบยกกรณีการชุมนุมของนิสิตนักศึกษา เพื่อรับฟังมุมมองต่างๆในชั้นของคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวด้วยก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างน้อย ก็เป็นการรับฟังพร้อมทั้งอธิบายในหลายเรื่องเพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

ในส่วนของการขอเปิดให้มีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญนั้น ก็เป็นเรื่องของฝ่ายรัฐบาลและส่วนของ สส. และ สว. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น กลไกในระบบรัฐสภาที่อยากให้มีการใช้ประโยชน์คือ คณะกรรมาธิการสามัญชุดต่างๆรวมถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดอื่นๆด้วย หากเป็นคณะกรรมาธิการที่มีบทบาทหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวอยู่แล้วก็ควรหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการสามัญเพราะถึงแม้ว่าจะมีการปิดสมัยประชุมแต่คณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดต่างๆก็ยังทำงานอยู่เกือบทุกวัน เวทีต่างๆเหล่านี้ก็จะเป็นเวทีที่สามารถมาพูดคุยเพื่อหาทางออกให้กับหลายหลายเรื่องได้ในช่วงระหว่างที่ปิดสมัยประชุมสภา