'ธนาธร-ปิยบุตร'ยังไม่หลุดบ่วงกกต.จ่อฟันซ้ำอาญายึดเงินเข้ากองทุน

วันที่ 21 ก.พ. 2563 เวลา 20:32 น.
'ธนาธร-ปิยบุตร'ยังไม่หลุดบ่วงกกต.จ่อฟันซ้ำอาญายึดเงินเข้ากองทุน
อนาคตใหม่อ่วมยาว"ธนาธร- กก.บห."ถกตัดสิทธิ10ปียังไม่พอกกต.จ่อฟ้องอาญาซ้ำโทษทั้งจำทั้งปรับ ยึดเงินเข้ากองทุน

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เปิดเผยว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิคณะกรรมการบริหารพรรค 10 ปี จากคดีที่พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191.2 ล้านบาท ทาง กกต.จะมีการไปดำเนินคดีอาญากับ นายธนาธร ในความผิดบริจาค และพรรคอนาคตใหม่ในความผิดรับบริจาคเงินเกินกว่า 10 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ตามมาตรา 124 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองได้กำหนดไว้ว่า ผู้ใดบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินกว่า 10 ล้านบาทต่อปี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5ปี หรือปรับไม่เกิน1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้น 5 ปี และมาตรา 125 กำหนดไว้ว่า พรรคการเมืองใดรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดมีมูลค่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น 5 ปี และให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดส่วนที่เกินมูลค่าที่กฎหมายกำหนดไว้ 10 ล้านบาทตกเป็นของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง

สำหรับเงินที่กู้มา 191 ล้านบาท ซึ่งศาลชี้ว่าผิดกฎหมายและต้องตกเข้าเป็นของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง หากพบไม่มีเงินเหลือต้องบังคับเอากับคณะกรรมการบริหารพรรค ในลักษณะแบบลูกหนี้ร่วมของกองทุนฯ และหัวหน้าพรรคต้องส่งบัญชีให้นายทะเบียน ภายใน 30 วัน เพื่อชำระบัญชีเนื่องจากพรรคถูกยุบ หากมีการ ฝ่าฝืนมีโทษปรับและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี

อย่างไรก็ตามในการดำเนินคดีอาญาในความผิดดังกล่าว คณะกรรมการไต่สวนของกกต.ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นตอนของการแจ้งข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม กกต.อาจจะมีการดำเนินคดีอาญาจากกรณีที่พรรคอนาคตใหม่มีการนำเงินรายได้ของพรรคที่ได้จากการระดมทุน การรับบริจาค ขายของที่ระลึก ซึ่งกฎหมายกำหนดห้ามนำไปใช้เพื่อการอื่นใดนอกจากการดำเนินงานของพรรคการเมืองตามมาตรา 87 ไปใช้หนี้เงินกู้ให้กับธนาธร

ขณะเดียวกัน มาตรา 132กำหนดโทษไว้หากหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และเหรัญญิกพรรคผู้ใดนำเงินหรือยินยอมให้บุคคลนำเงิน ทรัพย์สินของพรรคไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือบุคคลอื่น หรือนำไปใช้เพื่อการอื่นอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 87 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10ปี ปรับ ตั้งแต่ 1แสน-2 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตามหาก กกต.มีการเอาผิดทางอาญากับพรรคอนาคตใหม่จะต้องต่อสู้กันในชั้นศาลถึง 3 ศาล

ด้าน พรรคสำรอง ของพรรคอนาคตใหม่ ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนซึ่งมีทั้ง พรรคสามัญชน เป็นพรรคการเมืองแล้ว ส่วน พรรคพลังอนาคต ยังอยู่ระหว่างรอเสนอ กกต.ให้ความเห็นชอบจดทะเบียน ขณะที่พรรควิชั่นใหม่ มีการยื่นจดทะเบียนแล้ว แต่ได้มีการขอนำเอกสารจดจัดตั้งกลับไปแก้ไข

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต