"นิพิฏฐ์" เปรียบ "ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน" เป็นกรรมหนักสุดของนักการเมือง

วันที่ 03 ก.พ. 2563 เวลา 16:14 น.
"นิพิฏฐ์" เปรียบ "ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน" เป็นกรรมหนักสุดของนักการเมือง
นิพิฏฐ์ เปรียบกรณี ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน เป็นกรรมหนักสุดของนักการเมือง ชี้ละเมิดความไว้วางใจของประชาชน เหมือนนำผ้าเหลืองห่มโคนต้นขนุนที่ไม่สามารถเป็นพระได้

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นเปรียบเทียบคําทางพระพุทธศาสนาที่ว่า "อนันตริยกรรม หรือ กรรมหนักที่สุด" ของนักการเมือง โดยมีเนื้อหาดังนี้

นายนิพิฏฐ์ เปรียบว่า อนันตริยกรรม ของนักการเมือง

-ในทางพระพุทธศาสนา อนันตริยกรรม หมายถึงกรรมหนักที่สุด ไม่ว่าใครทำทั้งบรรพชิตและฆราวาสต้องตกนรกขุมหนักที่สุด หากเป็นพระก็ถือเป็นปราชิกขาดจากความเป็นพระทันทีและไม่สามารถกลับมาบวชใหม่ได้อีก

นักการเมืองก็เช่นเดียวกัน กระทำความผิดบางอย่างก็ถือเป็นความผิดร้ายแรง ถูกตัดสิทธิตลอดชีวิตไม่สามารถกลับมาเป็นนักการเมืองได้อีก พูดได้ว่า เป็นอนันตริยกรรมในทางการเมืองก็ว่าได้

เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะเวลาเลือกนักการเมืองเป็นการเลือกด้วยความไว้วางใจว่า บุคคลที่เราเลือกสามารถใช้"ดุลยพินิจ"ในการตัดสินใจแทนเราได้ เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันอยู่เสมอว่า นักกฎหมายเป็นนักการเมืองได้ดีกว่าอาชีพอื่น มิใช่เลย นักกฎหมายก็ไม่มีความรู้ด้านสาธารณสุขดีกว่าหมอ แล้วเวลามีกฎหมายเกี่ยวกับสาธารณสุขเขาจะตัดสินใจอย่างไร หรือนักกฎหมายก็ไม่ได้มีความรู้ด้านการศึกษาดีกว่าครู เวลามีกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาเขาจะตัดสินใจได้ดีกว่าครูหรือ เวลาเราเลือกนักการเมือง เราจึงเพียงไว้วางใจว่า คนๆนั้นก็สามารถไปศึกษาหาความรู้ในด้านต่างๆเอาได้ และที่สำคัญเขาสามารถใช้"ดุลยพินิจ" แทนเราได้อย่างเหมาะสมแม้ในเรื่องที่เขาไม่มีความรู้ความชำนาญก็ตาม

-การสามารถใช้ "ดุลยพินิจ" แทนผู้ที่เลือกได้อย่างเหมาะสม จึงเป็นเหตุผลสำคัญในทางปรัชญาการเมืองที่ประชาชนใช้เป็นเหตุผลในการเลือกตัวแทนของตน (เว้นแต่ประชาชนใช้เหตุผลอย่างอื่นในการเลือกตัวแทน) เมื่อตัวแทนไม่ทำหน้าที่ใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจในสภาแทนประชาชน แต่ตัวแทนกลับมอบสิทธินั้นให้บุคคลอื่นที่ประชาชนไม่ได้เลือกให้ตัดสินใจแทน เช่น กรณีเสียบบัตรแทนกัน ก็ถือว่าตัวแทนคนนั้นได้ละเมิดต่อความไว้วางใจของประชาชน เป็นการกระทำอนันตริยกรรมในทางการเมือง แม้สวมเครื่องแบบส.ส.อยู่ ก็เหมือนผ้าเหลืองที่นำไปห่มโคนต้นขนุน ก็ไม่ทำให้ขนุนต้นน้ันกลายเป็นพระไปได้ ประชาชนจะกราบไหว้ยังไง ก็เหมือนกราบไหว้ต้นขนุนที่ห่มผ้าเหลืองอยู่ดี/