ลุคใหม่!"บิ๊กตู่"พบประชาชนบนโซเชียลมิเดีย

วันที่ 27 ก.ย. 2562 เวลา 17:20 น.
ลุคใหม่!"บิ๊กตู่"พบประชาชนบนโซเชียลมิเดีย
นายกฯพบประชาชนบนโซเซียลมิเดียผ่านเพจ“ไทยคู่ฟ้า”แบบไลฟ์สไตล์พูดตัวแข็งไม่มีอีกแล้ว!ร่ายยาวความสำเร็จบนเวทียูเอ็นแนะเสนอข่าว“พริตตี้ลัลลาเบล”คำนึงถึงจรรยาบรรณ

เมื่อวันที่ 27 ก.ย.2562 ในรายการ Government Weekly จัดขึ้นทุกวันศุกร์ เวลา 15.00 น. ผ่านทาง เพจ “ไทยคู่ฟ้า” สัปดาห์นี้ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มาร่วมพูดคุย ดำเนินรายการโดย นายอิทธิเดช สุพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มสื่อสารเชิงกลยุทธ์ สำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี สัมภาษณ์พิเศษนายกรัฐมนตรี ณ มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถือเป็นการนำรายการ “นายกฯพบประชาชน” กลับมาจัดอีกครั้งผ่านทางโซเซียลมิเดีย “Facebook” มิได้ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลสำเร็จในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 21 - 27 กันยายน 2562 มี 3 เรื่องสำคัญ คือ 1.หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (High-level Meeting on Universal Health Coverage)2. เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals:SDGs) และ 3.การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ หรือ โลกร้อน เริ่มที่ประเด็นหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ถือว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นนโยบายที่รัฐบาลภาคภูมิใจ และได้รับการยกย่องจากประชาคมโลกว่า ประเทศไทยแม้จะเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางและงบประมาณด้านสุขภาพมีจำกัด แต่สามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงหลักประกันสุขภาพได้เกือบ 100%

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุผลที่ทำให้ไทยประสบความสำเร็จและได้รับการยกย่องจากประชาคมโลก เกิดจากการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน เริ่มตั้งแต่การเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลภายใน 72 ชั่วโมงก่อนส่งต่อไปตามระบบหลักประกันสุขภาพ การดูแลสาธารณสุขตั้งแต่ระบบปฐมภูมิ หรือตั้งแต่ผู้ป่วยนอนติดเตียง โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.)เข้ามาร่วมทำงานกับภาครัฐ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เข้ามาเป็นทางเลือกด้านการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน ที่มีความพร้อมด้านบุคลากรการแพทย์ และ เครื่องมือ รวมถึงการแก้ปัญหาความแออัดของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ที่ประชาชนนิยมเข้าไปใช้บริการเพราะคุณภาพบริการและยารักษาโรคที่ได้คุณภาพ โดยภาครัฐสนับสนุนให้มีการรับการรักษาผ่านระบบออนไลน์แทนการเดินทางมารับการรักษาด้วยตัวเองซึ่งสามารถลดภาระการเดินทางของผู้ป่วยและลดความแออัดของโรงพยาบาลด้วย เช่น การนัดคิวพบแพทย์ล่วงหน้าผ่านแอพพลิเคชั่น หรือ การรับยาผ่านใบสั่งยาจากแพทย์ที่สามารถไปรับยาได้ตามร้านขายยาทั่วไปที่มีเภสัชกร รวมถึงค่ายาและค่าบริการทางการแพทย์ ยึดหลักความเท่าเทียมและความเป็นธรรม รวมถึงการให้ความรู้ด้านการป้องกันและดูแลสุขภาพแก่ประชาชน

“ผลสำเร็จของประเทศไทย ไม่ใช่ว่าระบบหลักประกันสุขภาพของไทย แค่รักษาฟรี แต่ได้คุณภาพด้วย โดยรัฐบาลสามารถหาเงินงบประมาณมาสนับสนุน จาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. และ กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงได้รับคามร่วมมือจากโรงพยาบาลเอกชน ถือเป็นการทำงานแบบบูรณาการ ไม่ใช่รัฐทำเพียงฝ่ายเดียว คิดดูเมื่อก่อนยาบางประเภท ราคาแพง แต่เมื่อมีการบริหารจัดการอย่างบูรณาการ ทำให้มีงบประมาณเหลือมาช่วยผู้ป่วยอีกกลุ่มหนึ่ง หรือการให้ความรู้ด้านสุขภาวะ เช่น บุหรี่เป็นอันตรายอาจทำให้เป็นโรคถุงลมโป่งพอง หรือ ทานน้ำตาลมาก ๆ อาจเป็นโรคเบาหวาน หรือ โรคเรื้อรังอื่น ๆเป็นต้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว

สำหรับ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” 17 เป้าหมาย ประเทศไทยทำได้ไปเกินครึ่ง เพราะมีกิจกรรมและการติดตามผลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ขณะที่ประเด็น “การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ” เป็นประเด็นสำคัญในการหารือระดับโลก เพราะเป็นปัญหาใหญ่ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ เช่นเดียวกับประเทศไทยประสบอยู่ ณ เวลานี้ กรณีภัยพิบัติน้ำท่วมหรือฝนแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมทั้งไทยและอาเซียนอย่างมาก พิจารณาได้จากฝนตกหนักบริเวณ “ใต้เขื่อน” และ “ฝนตกหนักนอกฤดูกาล” ทั้งหมดมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นทุกภาคส่วน ต้องช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เริ่มตั้งแต่การลดการใช้ “พลังงานฟอสซิล” ที่เป็นต้นเหตุของก๊าซคาร์บอนมอนอ๊อกไซด์ หรือ Co2 หรือ การสนับสนุนให้มีการใช้”พลังงานหมุนเวียน” โดยต้องเป็นความร่วมมือระดับภูมิภาคและทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้พบกับคนไทยที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาที่มาศึกษาเล่าเรียนที่นี่เป็นจำนวนมาก จึงเสนอแนะไปว่าให้มีการตั้งกลุ่มหรือสมาคมนักเรียนไทยในสหรัฐฯ เมื่อเรียนจบแล้วให้กลับไปทำงานที่ประเทศไทย เพื่อนำความรู้กลับไปพัฒนาประเทศ ผ่านการสอบบรรจุข้าราชการ มีด้วยกัน 2 แบบ คือ สอบทั่วไป กับ สอบเฉพาะทางนับเป็นบุคลากรที่ภาครัฐต้องการมากที่สุด โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในศตวรรษที่ 21 อาทิ ความรู้ด้านสเต็มเซลล์ หรือ Big Data ฯลฯ เพื่อนำความรู้เหล่านี้ไปพัฒนาประเทศโดยเฉาะ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ที่ต้องการบุคลากรเหล่านี้เป็นจำนวนมาก

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง ปัญหาน้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แม้จะมีภารกิจในต่างประเทศ แต่ได้รับรายงานเข้ามาทุกวัน ว่าแต่ละพื้นที่สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายและไม่น่าเป็นห่วง เพราะลำน้ำสาขาลดระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง น้ำที่เคยท่วมเอ่อพื้นที่ประชาชนหรือพื้นที่เกษตรได้ไหลลงสู่แม่น้ำสาขา แต่ก็ต้องยอมรับว่าสาเหตุของน้ำท่วมที่เกิดขึ้น เพราะฝนตกใต้เขื่อนเป็นปริมาณมาก และ การระบายน้ำลงสู่แม่น้ำสายหลักเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ที่สำคัญผังเมืองที่ควรมี พื้นที่ระบายน้ำ หรือ สามารถรองรับการกักเก็บน้ำ เช่น แก้มลิง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่ประชาชนอยู่อาศัย อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่ได้บังคับให้เปลี่ยนอาชีพ หรือ ย้ายที่อยู่อาศัย แต่ต้องการให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ โดยเฉพาะในอนาคตต้องมีการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างจริงจัง จึงได้กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ที่ต้องมีแผนรับมือในทุกมิติ

สำหรับแนวทางในการฟื้นฟูเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เงินกองทุนเยียวยาผู้ประสบภัย ตามหลักเกณฑ์ ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย อาชีพ พื้นที่เกษตร ปศุสัตว์ ประมง หรือ กรณี เรือกสวนไร่นาเสียหาย จะมีการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และขั้นตอน และ อีกส่วนที่รัฐบาลกำลังเตรียมการจัดสรรงบประมาณให้ประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในอีก 4 เดือนข้างหน้า ต้อง มีอาชีพ และ รายได้ อาทิ ปัจจัยการผลิต เมล็ดพันธุ์ หรืออาชีพใหม่ให้ประชาชนได้มีรายได้ก่อนจะทำนา ปี หรือ นาปรัง เพราะบางพื้นที่อาจจะประสบปัญหาฝนแล้ง หรือ น้ำท่วมอยู่

ขณะที่ปัญหาหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในภาคใต้ของประเทศไทย ในโอกาสนี้ได้พบกับประธานาธิบดีอินโดนิเซีย ซึ่งได้มีการหารือกันทางรัฐบาลอินโดนิเซีย ให้คำมั่นว่ากำลังพยายามแก้ปัญหา อย่างไรก็ตามแม้ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นระดับเป็น PM 2.5 แต่ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าประมาท สวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุที่ภูมิต้านทานต่ำ และรัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้ทอดทิ้งการแก้ปัญหาหมอกควันในภาคใต้แต่เป็นปัญหาระดับภูมิภาคที่ต้องมีความร่วมมือจากหลายประเทศ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีการนำเสนอข่าว “พริตตี้ลัลลาเบล” อยากขอความร่วมมือสื่อสารมวลชนต้องคำนึงถึงจรรยาบรรณด้วย ข่าวใดที่ยังไม่มีการพิสูจน์ตรวจสอบหรือผ่านกระบวนการยุติธรรมต้องระมัดระวัง ไม่ควรนำเสนอข่าวเกินความเป็นจริง เพราะจะทำให้สังคมเกิดความสับสนอลม่าน ถือเป็นการกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงไปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ เพราะการพิจารณคดีต่าง ๆต้องเป็นไปตามหลักกฎหมาย หลักนิติวิทยาศาสตร์ หรือ บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ดังนั้นการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนต้องคำนึงถึงจรรยาบรรณ

“วันนี้อยากสร้างการรับรู้ใหม่ๆ เพราะอยากให้ประชาชน ได้รู้ว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้แต่ยืนพูดตัวเข็งอย่างเดียว ต่อไปจะมี คลิป หรือ ออกในรายการ ไทยคู่ฟ้า หรือ ผ่านทางโซเซียลมิเดียอื่นๆ เช่น ทวิตเตอร์ หรือ เฟสบุ๊ก อย่างไรก็ตามแม้จะทราบดีว่าบางที คนไม่ชอบ ก็ไม่ชอบ พูดดีก็โดนอยู่ แต่ต้องการสร้างการรับรู้ให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า เช่น เรื่องรัฐธรรมนูญ มีกฎหมายลูกที่ดีมากมายที่ประชาชนควรรับรู้” นายกรัฐมนตรี กล่าว