ป.ป.ช.แจง 5 คดีรัฐบาลชวน-อภิสิทธิ์คืบหน้า

วันที่ 05 ม.ค. 2553 เวลา 20:24 น.
ป.ป.ช.แจงไต่สวน 5 เรื่องสำคัญรัฐบาล "อภิสิทธิ์-ชวน"คืบหน้า สรุปแล้ว 1 เรื่องเตรียมนำเรื่องคดีทุจริตยางพารากล่าวหา"จุรินทร์"เข้าชี้ขาดในเดือนมกราคม ขณะ"จารุวรรณ เมณฑกา" เจอ 2 เด้ง "ตั๋วฟรีบินไทย-เบิกค่าสัมมนาเท็จ"

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้แจงกรณีที่ นายพิชา วิจิตรศิลป์ ประธานชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทยและเครือข่าย พร้อมด้วยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือขอให้เร่งรัดการดำเนินคดี 5 เรื่อง ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยเร็ว เนื่องจากบางคดีอาจใกล้ขาดอายุความ โดยยืนยันว่า  เร่งรัดดำเนินการมาโดยตลอด และทั้ง 5 เรื่องก็มีความคืบหน้าดังนี้

1. เรื่องกล่าวหา (ปรส.) มีทั้งสิ้น 6 เรื่อง แยกเป็นเรื่องที่มีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ซึ่งหน่วยงานทั้งสอง ส่งเรื่องมาให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการ จำนวน 5 เรื่อง ส่วนอีก 1 เรื่อง เป็นเรื่องที่ชมรมนักวิชาการช่วยชาติ มีหนังสือกล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีรายละเอียดโดยสรุป ดังนี้
1.1 กล่าวหา คณะกรรมการปรส.รวมทั้ง ผู้บริหาร ปรส. จัดกลุ่มหนี้มียอดหนี้ 14,139 กองย่อย มารวมเป็น 32 กองใหญ่ และสินทรัพย์เป็นกองใหญ่ ทำให้แต่ละกองสินทรัพย์ใหญ่มีมูลค่าสูงอย่างตํ่า 2,242 ล้านบาทเศษ อย่างสูง 34,426 ล้านบาทเศษเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทต่างชาติเข้าประมูลได้ เนื่องจากประชาชนคนไทยทั่วไปไม่มีกำลังเงินเพียงพอ
1.2 กล่าวหา เลขาธิการ ปรส.กับพวก ขายทรัพย์สินของสถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการ กลุ่ม BL 19, BL 20, BL 21 และ BL 22ให้แก่กองทุนรวมบางกอกแคปปิตอลโดยมิชอบ
1.3 กล่าวหา นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง(สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัยปลายปี 2540- ต้นปี 2544)และคณะกรรมการปรส. อนุญาตให้บริษัทเลแมนบราเดอร์สโฮลดิ้ง อิ้งค์ฯ เข้าร่วมประมูลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการในมูลค่าตํ่า ทำให้มูลค่าทรัพย์สินรวมของประเทศตกตํ่าและเกิดความเสียหาย
1.4 กล่าวหา นายธารินทร์กับพวก ขายทรัพย์สินของสถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการตามสัญญาขายสินเชื่อพาณิชย์ และสินเชื่ออื่น (FRA 06 – CO) ให้ ASO I (Delaware) L.LC และกองทุนรวมแกมม่าแคปปิตอลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐและสถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการ
1.5 กล่าวหา นายอมเรศ ศิลาอ่อน ประธาน ปรส.กับพวก ขายทรัพย์สินของสถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการ ตามสัญญาขายสินเชื่อธุรกิจสำหรับการจำหน่ายเลขที่ FRA 07 – COS ให้กับบริษัทเงินทุนเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) และกองทุนรวม เอเชียรีคอฟเวอรี่ 3 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
1.6 กล่าวหา เลขาธิการ และคณะกรรมการ ปรส.ขายทรัพย์สินของสถาบันการเงิน คือ บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ไทยธนากร จำกัด และบริษัท เงินทุนชาติไพบูลย์ จำกัด โดยมิชอบ รวมทัง้ ขายทรัพย์สินของ 56 สถาบันการเงินให้กับกองทุนรวมไทย รีสตรัคเจอริ่ง และบริษัท เงินทุนเกียรตินาคิน จำกัด โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เรื่องกล่าาวหาทั้ง 6 เรื่องดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้ง คณะอนุกรรมการไต่สวน โดยมี ศ.ภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการไต่สวน ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานในเบื้องต้นเสร็จแล้วทั้ง  6 เรื่อง และเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2553 เห็นว่า ทั้ง 6 เรื่อง มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนว่าข้อกล่าวหามีมูลที่จะเรียกผู้ถูกกล่าวหามาพบและแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ เพื่อให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาหรือไม่เพียงใด เป็นผู้ถูกกล่าวหารายใดบ้างแล้ว

2. เรื่องกล่าวหา เจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกับเอกชน ออกเอกสารสิทธิที่ดิน น.ส.3 และ น.ส.3 ก.โดยมิชอบ ทับที่สาธารณประโยชน์ “ทำเลเลี้ยงสัตว์โคกเขากระโดง” ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์จังหวัดบุรีรัมย์

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยมี นายวิชา มหาคุณ เป็นประธานอนุกรรมการ  คณะอนุกรรมการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานได้มากพอสมควรแล้ว แต่เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวกับที่ดินที่มีการออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 และ น.ส.3 ก ว่า ทับที่สาธารณประโยชน์ “ทำเลเลี้ยงสัตว์โคกเขากระโดง” ตามคำกล่าวหาหรือไม่ จึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศ ดำเนินการตรวจสอบ ทำแผนที่ อ่านแปลวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศให้ชัดเจน เพื่อเป็นพยานหลักฐานประกอบการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นานคงจะแล้วเสร็จ

3. เรื่องกล่าวหา คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เกี่ยวกับการทุจริต  คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้ง คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง เรื่องกล่าวหา คุณหญิงกับพวก จำนวน 2 เรื่องแล้ว โดยมี ศ.ภักดี โพธิศิริ เป็นประธานอนุกรรมการ ได้แก่
3.1 เรื่องกล่าวหา คุณหญิง จารุวรรณ กับพวกกรณีอนุมัติให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร "ผู้บริหาร/ผู้เชี่ยวชาญยุคใหม่" เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ติดตาม เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประเทศฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์และอิตาลี โดยมีการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายโดยมิชอบ(กล่าวหาว่า ใช้ตั๋วฟรีการบินไทย แต่ใส่ชื่อลูกสาวและน้องสาวเข้าไป)
3.2 เรื่องกล่าวหา คุณหญิงจารุวรรณ  กับพวกกรณีการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พักในการจัดอบรมตามโครงการประชุมสัมมนาผู้บริหารที่จังหวัดน่านโดยมิชอบ(มีการกล่าวหาว่า เป็นการเดินทางไปทอดกฐินหลวง แต่กลับเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเป็นค่าเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อสัมมนา เพราะการเดินทางไปกฐินหลวงเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงไม่ได้)

เรื่องกล่าวหาทั้ง สองเรื่องดังกล่าว อยู่ในระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการไต่สวน

4. เรื่องกล่าวหา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรณีทุจริตโครงการยางพารา

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้ง คณะอนุกรรมการไต่สวน ข้อเท็จจริงแล้ว มี ศ. เมธี ครองแก้ว เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนได้ไต่สวนข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว และจะได้เสนอสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. สั่งให้จัดเข้าวาระการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาวินิจฉัยภายในเดือนมกราคม พ.ศ. 2553 นี้

5. เรื่องคำร้องขอให้ถอดถอน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งกรณีขอให้บริษัทเอกชนที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่งข้อความสั้น(SMS) จากนายกรัฐมนตรีไปยังประชาชน

เป็นกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล  ส.ส.พรรคเพื่อไทย และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา มีหนังสือกล่าวหา นายอภิสิทธิ์ เและ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 103 กรณีขอให้บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 3 รายส่ง SMS ไปให้ประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ และเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้มีรายได้จากการให้บริการดังกล่าว

นอกจากนี้ประธานวุฒิสภา ยังได้มีหนังสือส่งคำร้องของ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง และ ส.ส. ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ร้องขอให้ถอดถอน นายอภิสิทธิ์  นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายกรณ์  นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยออกจากตำแหน่ง โดยกล่าวหาว่า มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ดังนี้

1. กล่าวหา นายอภิสิทธิ์ ไม่ส่งผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 2 เมษายน2549, เข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมิได้เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย, เป็นตัวการหรือผู้ให้การสนับสนุนหรือสั่งการให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กระทำการบุกยึดทำเนียบรัฐบาลท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, มีส่วนในการปกปิด ซ่อนเร้นการรับเงินสนับสนุนพรรคการเมืองจากบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์, ปล่อยให้ประเทศเพื่อนบ้านที่มีแนวเขตติดต่อกันทำถนนบุกรุกยึดครองใช้พื้นที่ดินแดนของประเทศไทยเป็นทางขึ้นเขาพระวิหาร, ออกหนังสือรับรองความเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ให้แก่นายธานินทร์ ใจสมุทร อันเป็นเท็จ และขอให้บริษัทเอกชนที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เครือข่าย True Move, AIS และ DTAC ส่งข้อความ SMS จากนายกรัฐมนตรีไปยังประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เครือข่ายของตน

2. กล่าวหา นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ร่วมกับนายอภิสิทธิ์ ปกปิด ซ่อนเร้น การรับเงินบริจาคสนับสนุนพรรคการเมืองจากบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

3. กล่าวหา นายกรณ์ ร่วมกับนายอภิสิทธิ์ ขอให้บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เครือข่าย True Move, AISและ DTAC ส่งข้อความ SMS จากนายกรัฐมนตรีไปยังประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์

4. กล่าวหา นายกษิต ภิรมย์ ปล่อยให้ประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกันทำถนนรุกล้ำใช้ดินแดนของประเทศไทยเป็นทางขึ้น ปราสาทเขาพระวิหาร

5. กล่าวหา นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล  เสนอแต่งตั้งนายวิชัย ศรีขวัญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยมิชอบ

6. กล่าวหา นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ร่วมกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการบริหารและจัดสรรงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เนื่องจากคำร้องขอให้ถอดถอนนายอภิสิทธิ์  และรัฐมนตรีอีก 5 คนดังกล่าว มีประเด็นเรื่องการขอให้บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 3 ราย ส่ง SMSไปให้ประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายรวมอยู่ด้วย คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริงตามคำร้องขอให้ถอดถอน นายอภิสิทธิ์และรัฐมนตรีทั้ง 5 คน ออกจากตำแหน่ง และให้นำเรื่องที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล และนายเรืองไกรลีกิจวัฒนะ กล่าวหา นายอภิสิทธิ์  และนายกรณ์  มารวมดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงไปในคราวเดียวกัน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงคำร้องขอให้ถอดถอนข้างต้นเสร็จสิน้ ในบางข้อกล่าวหาแล้ว แต่ยังมีบางข้อกล่าวหาที่จะต้องไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในบางประเด็น

โดยเหตุที่เป็นการร้องขอให้ถอดถอน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากตำแหน่ง ในหลายข้อกล่าวหาคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงกำหนดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาวินิจฉัยในข้อกล่าวหาต่าง ๆ ทั้งหมดไปพร้อม ๆ กัน คาดว่า จะสามารถประชุมเพื่อพิจารณาวินิจฉัยเรื่องนี้ภายในต้นปี พ.ศ. 2553 นี้