posttoday

ปชป.ชี้สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ของกกต. ไม่สะท้อนเสียงประชาชน

09 พฤษภาคม 2562

กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์แถลงชี้สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของกกต. ไม่สะท้อนเสียงคะแนนของประชาชน ลุยเรียกร้องความเป็นธรรมตามกฎหมาย

กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์แถลงชร้สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของกกต. ไม่สะท้อนเสียงคะแนนของประชาชน ลุยเรียกร้องความเป็นธรรมตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 9 พ.ค.62 นายราเมศ รัตนะเชวง รักษาการกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้กล่าวถึงกรณีการคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ใช้สูตรคำนวณให้พรรคการเมืองที่ไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรปันส่วนให้ได้รับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีจำนวน สส. ที่จะพึงมีได้ตามกฎหมาย

พรรคประชาธิปัตย์ขอเรียนว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญนั้นพรรคฯ น้อมรับข้อเท็จจริงที่ได้วินิจฉัยเป็นประเด็นสาระสำคัญคือกฎหมายเลือกตั้ง สส. มาตรา 128 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ประเด็นการแถลงวันนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และที่พรรคฯ ต้องออกมาท้วงติงในเรื่องนี้นั้น เพราะต้องการให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม ประการสำคัญการปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักกฎหมายเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

แต่เมื่อ กกต. ได้ใช้ 2 มาตรานี้ในการคำนวณ สส. แบบบัญชีรายชื่อกลับผิดไปจากหลักการความถูกต้อง พรรคฯ จึงไม่เห็นด้วยกับหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณ สส. แบบบัญชีรายชื่อเพราะเป็นการคำนวณที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญและ พรป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

หลักการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 มีเจตนารมณ์ชัดเจนว่าการได้มาจำนวน สส. ในสภาต้องสะท้อนเสียงคะแนนประชาชนให้มากที่สุด จำนวนเสียงประชาชนกำหนดจำนวน สส. ที่แต่ละพรรคการเมืองพึงจะมี พรรคการเมืองจะมีจำนวน สส. มากกว่าที่พึงจะมีไม่ได้ พรรคการเมืองที่จะมีจำนวน สส. ได้มากกว่าพึงจะมีกฎหมายยอมให้คือพรรคการเมืองที่ได้ สส. เขต มากกว่าจำนวน สส. พึงมี เพราะนั่นคือเจตจำนงเสียงของประชาชนที่เลือกมาให้ชนะในระบบเขตจะไปตัดออกไม่ได้

พรรคไหนที่ได้จำนวน สส. เขตต่ำกว่าจำนวน สส. พึงมีก็ให้นำจำนวน สส. บัญชีรายชื่อไปจัดสรรให้ครบกับจำนวน สส. พึงมี แต่จะจัดจำนวน สส. ให้กับพรรคการเมืองที่ได้คะแนนมาไม่ถึงจำนวนที่พึงมีไม่ได้ ความหมายคือพรรคที่ได้คะแนนน้อยกว่า 71,168 คะแนนไม่ได้ เพราะการกระทำดังกล่าวก็จะขัดต่อรัฐธรรมนูญทันที

มาตรา 128 พรป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ก็เช่นกันที่มีเจตนารมณ์เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญที่ได้ระบุไว้ในมาตรา 128(5) สาระสำคัญว่า ให้นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้กับพรรคการเมืองที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตต่ำกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมี

แต่การจัดสรรดังกล่าวจะต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดมี สส. เกินกว่าจำนวนที่พึงมี ความหมายคือพรรคการเมืองที่มีคะแนนเสียงไม่ถึงจำนวนที่พึงมีคือมีคะแนนเสียงไม่ถึง 71,168 เสียงก็ไม่มีสิทธิที่จะได้รับการจัดสรร สส. บัญชีรายชื่อให้ การที่จะอ้างว่าการจัดสรรตาม มาตรา 128(6) ที่ให้พรรคการเมืองที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุดได้รับการจัดสรรเพิ่ม

กรณีนี้ กกต. อ้างกฎหมายไม่ตรงตามความเป็นจริง เพราะกฎหมายระบุไว้ชัดในมาตรา 128(6) ว่าในการจัดสรรตาม มาตรา 128(5) แล้ว จำนวน สส. ยังไม่ครบ 150 คน ให้พรรคการเมืองที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุดได้รับการจัดสรร ความหมายก็ต้องอยู่ภายใต้ มาตรา 128(5) คือจัดสรรให้กับพรรคการเมืองที่มีเกณฑ์ครบตามจำนวน สส. พึงมี จะเห็นชัดเจนว่าการคำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ ของ กกต. ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

กกต. ถือได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหากมีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิของผู้ที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน พรรคฯ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจะดำเนินการเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายต่อไปเพื่อตามหาความสุจริตและเที่ยงธรรม