"บิ๊กตู่"ลาจอฝากรัฐบาลใหม่สานต่องานที่เริ่มไว้และยึดมั่นประชาธิปไตย

วันที่ 29 มี.ค. 2562 เวลา 21:07 น.
"บิ๊กตู่"ลาจอฝากรัฐบาลใหม่สานต่องานที่เริ่มไว้และยึดมั่นประชาธิปไตย
นายกฯลาจอรายการคืนวันศุกร์โว5ปีคสช.พาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้งชี้ความเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตยควรยุติเพราะเลือกตั้งแล้วขอหยุดสร้างวาทกรรมทำแตกแยกแบ่งสังคม

เมื่อวันที่ 29 มี.ค.62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการออกอากาศตอนสุดท้ายว่า การเดินหน้าประเทศตลอด 5 ปีที่ผ่านมาตามโรดแมปของ คสช. ตั้งแต่การฝ่าทางตันทางการเมือง การก้าวข้ามความขัดแย้ง การปลดล็อคด้านงบประมาณ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหลักการประชาธิปไตย เพื่อแก้ปัญหาในอดีต การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่อนาคต และการกอบกู้ภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาชาวโลก โดยการได้รับเชิญให้ไปเยือนประเทศชั้นนำของโลกอย่างเป็นทางการ และการเข้าร่วมประชุมเวทีนานาชาติครั้งสำคัญและผลการจัดอันดับด้านต่าง ๆที่ดีขึ้น มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศจำนวนมาก

สิ่งเหล่านี้ทุกคนได้ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรค และสิ่งที่ส่งผลร้ายแรงต่อชาติบ้านเมือง ท่ามกลางความขัดแย้งทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง กระบวนการยุติธรรม การสร้างแนวความคิดใหม่ๆ ซึ่งไม่ได้มาจากความต้องการที่แท้จริงของประชาชน แต่เป็นการหาประโยชน์จากประชาชน ให้มีความหวังโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ ข้อเท็จจริง ปัญหาทับซ้อน ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสีย หรือละทิ้งโอกาส ที่รัฐบาลได้สร้างไว้ด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ต้องขอขอบคุณพลเรือน ตำรวจ ทหาร ทุกคน ที่ได้ร่วมกันเป็นสะพาน ให้พี่น้องประชาชนได้ก้าวข้ามกับดักต่างๆ ในอดีต ก้าวหน้าไปสู่อนาคตที่ดีกว่า และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกัน จับมือ - จูงมือกัน นำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

อย่างไรก็ตามระหว่างที่ยังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้ ทั้งช่องทางของรัฐบาล กระทรวง กรมและหน่วยงานต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งผมจะยังปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ให้บ้านเมืองเปลี่ยนผ่านไปด้วยความสงบสุข ตามนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูป 11 ด้าน และแผนแม่บทต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด ไม่หยุดชะงัก เพื่อจะรักษาเสถียรภาพ ความมั่นคง ของประเทศไว้ให้ดีที่สุด

ปัจจุบันวิกฤตและโอกาสยังอยู่ใกล้ตัวพวกเราทุกคน สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือ ความพยายามจะสร้างเงื่อนไขในสังคม เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งนำมาสู่ความขัดแย้งครั้งใหม่ในอนาคต คือ 1. ความเป็นประชาธิปไตยและไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งควรยุติได้แล้ว เพราะผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.มาแล้ว ซึ่งทุกพรรคการเมืองได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน ตามครรลองประชาธิปไตย ที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2. คนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ เป็นวาทกรรมที่สร้างความแตกแยก แบ่งคนในสังคม ในครอบครัว ขอให้ลองทบทวน แม้เราอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน เรียนตำราเล่มเดียวกัน อาจมีความเห็นที่แตกต่าง เนื่องจากประสบการณ์ที่ต่างกัน

คนอายุ 50 ปีขึ้นไป นอกจากจะมีภาพจำดีๆยุคโชติช่วงชัชวาล และเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าที่ไทยเกือบจะก้าวไปเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย แต่ก็มีภาพจำที่ไม่ดี เช่น เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 รวมถึงวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง การลอยตัวค่าเงินบาท การเป็นหนี้ IMF การชุมนุมและการสลายการชุมชนทางการเมืองในห้วง 10 ปีที่ผ่านมา หรือเด็กอายุ 18 ปี ที่เพิ่งมีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้ อาจไม่เคยสนใจการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลและคสช. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เพราะมุ่งศึกษาเล่าเรียนตามหน้าที่อยู่

“ขอขอบคุณทุกๆ คน ผมเคารพทุกคนที่ออกมาใช้เสียงเลือกตั้ง โดยเฉพาะความตื่นตัวของคนรุ่นใหม่ ขอให้ทุกคนเคารพเสียงของประชาชน และมีสติในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ผมเคารพในความตัดสินใจของประชาชนเสมอ ถือว่าเป็นวิถีของประชาธิปไตยขอให้เราทุกคนรักบ้านเกิดเมืองนอนของเราให้มาก และการจะพาบ้านเมืองไปข้างหน้าได้ จะต้องศึกษาประวัติศาสตร์ ต้องคำนึงถึงอัตลักษณ์ ความเป็นไทยของเรา และต้องยึดมั่นในสถาบันหลักของบ้านเมือง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 1,400 ปี จวบจนปัจจุบัน อย่าลืมว่าเราทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้นเป็นผลตอบแทนเสมอไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี เราจะทำเพื่อส่วนรวมได้ไหม มากกว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนเพียงอย่างเดียว” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ทั้งนี้ขอฝากรัฐบาลใหม่ดำเนินการต่อจากที่รัฐบาลนี้ได้เริ่มไว้แล้ว เพื่อประโยชน์ของคนในชาติ อาทิ การจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้สมพระเกียรติ และขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน นักการเมือง พรรคการเมืองช่วยกันทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ขอให้ปวงชนชาวไทย ยึดมั่นในความเป็นประชาธิปไตยที่เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ยุติความขัดแย้ง ขจัดเงื่อนไขความแตกแยกในสังคม เพราะจะทำให้ ประเทศชาติและประชาชนเสียหายและเสียโอกาส จนทำให้ศักยภาพของเราถดถอยเป็นวิกฤติในทุกมิติ เราต้องร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสังคมและประชาชน ด้วยความรู้คู่คุณธรรม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง