"ประยุทธ์"ลั่นดัน RCEP ให้สำเร็จ

  • วันที่ 15 มี.ค. 2562 เวลา 06:40 น.

"ประยุทธ์"ลั่นดัน RCEP ให้สำเร็จ

นายกฯ ยัน เตรียมดันการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ให้สำเร็จภายในปีนี้ ในฐานะเจ้าภาพอาเซียน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานงานประชุม CLSA อาเซียน ประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2562 ซึ่งมี นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศร่วมรับฟังประมาณ 300 คน ว่า ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพอาเซียนในปีนี้ จะผลักดันเรื่องสำคัญคือการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ให้สำเร็จ ซึ่ง RCEP นี้เป็น กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก มีสัดส่วนถึง 31% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) โลก และประเทศไทยก็สนใจในการเข้าเป็นสมาชิกของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) รวมทั้งกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจอื่นๆ ที่มีความสำคัญ

ปัจจุบันอาเซียนเป็นที่สนใจจากนักลงทุนทั่วโลก เห็นได้จากข้อมูลเงินลงทุนโดยตรง (FDI) ในปี 2560 มีมูลค่าสูงถึง 1.37 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.6% และชาติอาเซียนก็มีการลงทุนระหว่างกันสูง มีความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยวและบริการ ทำให้รายได้ 70% มาจากการใช้จ่ายภายในอาเซียนเอง

"ปี 2562 เป็นปีที่สำคัญที่ไทยจะสร้างความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนในการสร้างประโยชน์ร่วมกันบนฐานประชากร 650 ล้านคน เพื่อไปสู่เป้าหมายคือการเป็นกลุ่มประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจอันดับ 4 ของโลกในปี 2030 จากปัจจุบันที่อยู่อันดับ 6 ของโลก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทั้งนี้ สถานการณ์โลกปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จำเป็นที่ทุกประเทศต้องเตรียมรับมือและสร้างพันธมิตรจากหลากหลายประเทศ ขณะที่ นักลงทุนย่อมแสวงหาทำเลสำหรับการลงทุนที่เหมาะสม ประเทศไทยสามารถเป็นคำตอบสำหรับการทำธุรกิจของนักลงทุนต่างชาติได้ เพราะตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคอาเซียนที่เป็นตลาดขนาดใหญ่และมีศักยภาพที่ไทยและอาเซียนจึงเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสำหรับการลงทุนและทำธุรกิจ

หลังจากกล่าวเปิดงานประชุมนายกรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้นักลงทุนสอบถามในประเด็นต่างๆ โดยมีนักลงทุนต่างชาติจากเยอรมนี สอบถามถึงการพัฒนาอีอีซี ในระยะยาว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อีอีซี เป็นโครงการที่รัฐบาลให้ความสำคัญและได้วางแผนจัดสรรงบประมาณให้มีการดำเนินการต่อเนื่อง รวมทั้งมีการออกกฎหมาย พ.ร.บ.เขตพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก และมีสำนักงาน รวมทั้งบรรจุแผนนี้ไว้ในยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ซึ่งจะมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติกำกับดูแลให้โครงการเป็นไปตามเป้าหมาย เช่นเดียวกับโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญโครงการ อื่นๆ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว

"ขอให้นักลงทุนมีความมั่นใจว่าโครงการนี้จะสามารถดำเนินการไปได้ในอนาคต ซึ่งในโครงการในอีอีซียังมีโครงการในส่วนของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสถาบันศึกษา ซึ่งมีการทำพื้นที่พัฒนาดิจิทัล (EE Cd) และเขตพัฒนาพื้นที่นวัตกรรม (EECi) ซึ่งจะมีการจัดสรรงบประมาณ สนับสนุนต่อเนื่องและมีการประเมินผลโครงการต่างๆ ทุกๆ 5 ปี" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการสร้างความสามารถในการแข่งขันของไทย ซึ่งอยู่บนพื้นฐานแนวคิด 3 ประการ ได้แก่ 1.ต่อยอดอดีต โดยมองกลับไปที่รากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย แล้วนำมาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม

2.ปรับปัจจุบัน ผ่านการพัฒนาโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและดิจิทัล รวมทั้งการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต 3.สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ และพัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับโมเดลธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดภายใต้เทคโนโลยีที่ พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้แนวทางการพัฒนาประเทศของไทยนั้น สอดคล้องกับแนวคิดหลักในการเป็นประธานอาเซียนของไทย ที่มุ่งให้อาเซียนบรรลุผลสำเร็จทางเศรษฐกิจในปี 2562 ภายใต้ประเด็นขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 3 ด้าน คือ มุ่งสู่อนาคต สร้างความเชื่อมโยง และการสร้างความยั่งยืน

ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีขอขอบคุณนักลงทุนที่สนใจมาลงทุนในประเทศไทย และเล็งเห็นว่าไทยเป็นพื้นที่เป้าหมายในการลงทุนมาโดยตลอด และสำหรับนักลงทุนที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักลงทุนจะพิจารณาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับประเทศไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและอาเซียนให้มีความเข้มแข็ง และสร้างประโยชน์ให้กับประชาคมโลก

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ