พปชร.พร้อมเปิดนโยบายพรรคหลังมีพรฎ.เลือกตั้ง

  • วันที่ 30 ธ.ค. 2561 เวลา 11:28 น.

พปชร.พร้อมเปิดนโยบายพรรคหลังมีพรฎ.เลือกตั้ง

รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐลั่นพร้อมทำให้คนไทยมีสวัสดิการใช้ชีวิตมั่นคงเน้นสร้างโอกาสทุกลุ่มปรับเศรษฐกิจให้แข่งขันกับเวทีโลก  เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ที่พรรคพลังประชารัฐ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า พรรคมีความพร้อมในการเลือกตั้งตามกำหนดเวลาหรือโรดแม็พที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นผู้กำหนด และเมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งออกมาแล้วทางพรรคก็พร้อมที่จะเปิดนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นทางการโดยจะครอบคลุมทุกมิติของสังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคง และการเมือง

ทั้งนี้พรรคจะเน้นการสร้างโอกาสให้กับคนทุกกลุ่มและลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีสวัสดิการที่ทำให้คนไทยทุกคนมีความมั่นคงตลอดทุกช่วงวัย และเป็นกำลังสำคัญในการร่วมกันพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ  ภายใต้แนวทาง “สร้าง-เสริม-ปรับ-เปลี่ยน” คือ สร้างหลักประกันสังคมให้คนไทยได้รับสวัสดิการอย่างทั่วถึงครอบคลุม เสริมความแข็งแกร่งของประเทศ ปรับเศรษฐกิจให้แข่งขันกับเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน เปลี่ยนการบริหารราชการแผ่นดินให้มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง มิใช่ให้พรรคการเมืองหรือนักการเมืองเป็นศูนย์กลาง รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า เป็นที่รู้กันว่าเทคโนโลยีบนโลกมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงทุกวินาที บางคนเรียกว่าเป็นการปฏิวัติเชิงเทคโนโลยีครั้งที่ 4 ซึ่งจะนำมาสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่มีผลกระทบต่อสังคมและผู้คนอย่างมหาศาล ดังนั้นการออกแบบนโยบายเพื่ออนาคต จึงไม่ใช่การวาดฝันที่สวยหรูได้อีกต่อไป แต่ต้องเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการปรับตัวของภาคธุรกิจ การรวมตัวกันเพื่อเพิ่มศักยภาพ และการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ  “โลกอนาคตต้องสู้กันที่กระบวนทัศน์ของความคิด ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนบอกว่า ความยากจนในนิยามก็คือเรื่องของทัศนคติ เพราะถ้าคนจนคิดว่าตัวเองจน ก็จะตอกย้ำว่าตัวเองจน แต่ถ้าคนไหนคิดว่าเกิดมาจน แต่เชื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ชีวิตก็จะเปลี่ยนได้ ซึ่งพรรค พปชร. จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงความคิดของสังคม เพื่อเตรียมตัวนำคนไทยและประเทศไทยไปสู่ยุค 5.0” ดร.สุวิทย์ ระบุและยกตัวอย่างว่า อิสราเอลเป็นประเทศที่เสกทะเลทรายให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวได้ และส่งออกเทคโนโลยีการเกษตรเป็นอันดับหนึ่งทำรายได้เข้าประเทศมหาศาล ซึ่งเป็นผลมาจากความคิดหลักที่ว่า ขายสินค้าเกษตรได้เงินน้อย แต่ขายเทคโนโลยีได้เงินมากกว่า ดังนั้นรัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญกับเรื่องสร้างความรู้ด้านเทคโนโลยีถึง 95% 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ