“แรมโบ้อีสาน” เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ พปชร.

วันที่ 22 ธ.ค. 2561 เวลา 21:01 น.
“แรมโบ้อีสาน” เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ พปชร.
“สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ” ร่วมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคพลังประชารัฐ เผย สาเหตุย้ายพรรคมาร่วม พปชร.

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 22 ธันวาคม ที่บริเวณสนามกีฬาจังหวัด (หมอนไม้) ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปัจจุบันผู้แทนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ผู้อำนวยการเลือกตั้ง พปชร.ภาคเหนือ และ นายชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุตรดิตถ์ สมาชิกพรรค พปชร.ร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ ทั้ง 2 เขตประกอบด้วย เขต 1 พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ และ เขต 2 นายวารุจ ศิริวัฒน์ ภายสโลแกน พรรคพลังประชารัฐ โลกเปลี่ยน ไทยต้องเปลี่ยน ทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง โดยมีสมาชิกสภา อบจ.อุตรดิตถ์ ผู้บริหารท้องถิ่น ท้องที่ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) นักเรียนนักศึกษาพ่อค้า และประชาชน 2 เขตร่วมเปิดตัวมากกว่า 2,000 คน

นายสุภรณ์ ปราศรัยถึงเหตุผลของการย้ายพรรคจากพรรคเพื่อไทยมาลงรับสมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรค พปชร.ว่า ตนอยู่พรรคเพื่อไทยมานานตั้งแต่สมัยก่อตั้งพรรคไทยรักไทยจนสุดท้ายคือพรรคเพื่อไทย และย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรจากพรรคพลังประชารัฐ  ไม่ใช่เพราะ พรรคพลังประชารัฐ  จะเคลียร์คดีความเก่าให้ คดีเก่าทางการเมืองนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ไสเกื้อ อดีตแกนนำ นปช.หรือแม้แต่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง มีคดีความกี่คดีตนก็มีเท่านั้น แต่ที่ไม่ได้อยู่ในเรือนจำก็เพราะศาลท่านเมตตาให้ประกันตัวออกมา ภายใต้ข้อแม้ว่า ห้ามยุยงปลุกปั่น ห้ามหนีออกนอกประเทศ ห้าเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองที่สร้างความแตกแยก หรือทำให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมืองโดยเด็ดขาด

“พปชร.จะมาช่วยอะไรให้ผม ค่าทนายผมยังต้องจ่ายเอง ผมเลือกที่จะอยู่ให้เป็น ผมอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเรียบร้อย ถ้าวันไหนผมอยู่ไม่เป็นหรือปากพาไป ศาลก็จะถอนประกันผม แต่วันนี้ผมจะต้องเอาความจริงมาพูดกับประชาชนให้ทราบ การชุมนุมทางการเมืองในแต่ละครั้ง ไม่ใช่ประชาชนเป็นผู้ริเริ่มขึ้น แต่เกิดจากพรรคการเมือง 2 พรรคเท่านั้น คือพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย ผมไม่ได้โจมตีสองพรรคการเมืองนี้ ผมเป็น ส.ส.อยู่ผมอยู่ในเหตุการณ์ ความขัดแย้งทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรมันอยู่ตรงนี้ วันใดที่พรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็สนับสนุนเสื้อเหลืองให้ออกมาเคลื่อนไหว หากพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเป็นรัฐบาล พรรคเพื่อไทยก็สนับสนุนคนเสื้อแดงให้ออกมาเคลื่อนไหว สองพรรคการเมืองเล่นกันนอกกติกาอย่างนี้มาตลอด สู้ในสภาไม่ได้ก็จัดม็อบกลางถนนเดินขบวนขับไล่ ประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวด้วยอุดมการณ์จริงผมไม่ได้ตำหนิคนเหล่านี้ แต่ประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวส่วนใหญ่มาจากการสนับสนุนจากสองพรรคการเมืองนี้” นายสุภรณ์ กล่าว

นายสุภรณ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ต้องบอกกันตรง ๆ ว่าเกิดจากสองพรรคการเมืองนี้ คงไม่มีใครกล้าเถียงว่าไม่ใช่เรื่องจริง เพราะตนอยู่ในเหตุการณ์ตลอด วันนี้ถ้า สองพรรคการเมืองนี้หยุดเล่นนอกกติกา หยุดเล่นการเมืองกันเสียที ถ้าสองพรรคการเมืองเล่นตามกติกาของบ้านเมือง เล่นการตามระบอบประชาธิปไตย ตนและสมาชิกพรรคเพื่อไทยอีกหลายคนรวมถึงอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยภาคอีสานก็คงไม่ย้ายพรรค เพราะคนเหล่านี้ไม่ต้องการเห็นบ้านเมืองบ้านเมืองขัดแย้งเพราะสองพรรคการเมืองนี้อีกต่อไป แล้วจะมีพรรคการเมืองไหนละที่จะหยุดความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง และพรรคพลังประชารัฐได้ประกาศชัดเจนว่า จะหยุดความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง

“พี่น้องบางคนอาจจะไม่ชอบทหาร แต่ผมอยากถามว่า ถ้าวันนั้นเสื้อแดงชุมนุมอยู่ที่ถนนอักษะ เสื้อเหลืองชุมนุมอยู่ที่ถนนราชดำเนิน ถ้าทหารไม่เข้ามาแก้ไข จะมีประชาชนที่ต้องเสียชีวิตอีกกี่ศพ ผมรับไม่ได้ที่จะมีประชาชนที่มีความเห็นต่างเสื้อต่างสีมาทุบตีกันนองเลือดตาย จากประชุมการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง จะปล่อยให้บ้านเมืองเกิดความขัดแย้งอีกไม่ได้โดยเด็ดขาด เราต้องหาพรรคการเมืองที่เป็นกลาง ๆ พรรคการเมืองที่สร้างความปรองดอง ลดความขัดแย้ง หากทางออกให้บ้านเมือง จึงเป็นที่มาของการย้ายพรรคของผม ซึ่งไม่ใช่ผมคนเดียวแต่มีอีกร่วมเกือบร้อยคนพรรคเพื่อไทยในภาคอีสานทั้ง นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นายจำลอง ครุฑขุนทด นายวิรัตน์ รัตนเศรษฐ์ พรรคพลังประชารัฐ คือพรรคเดียวเท่านั้นที่จะแก้ไขความอยู่ดีกินดีให้กับประชาชน ลดความขัดแย้ง สร้างความปรองดองให้เกิดกับบ้านกับเมือง ซึ่งทุกคนก็อยากเห็นเช่นเดียวกัน ไม่อยากเห็นคนไทยแตกแยกกัน ไม่อยากเห็นคนไทยทะเลาะกัน” นายสุภรณ์ กล่าว