"บิ๊กตู่"ประกาศเจตนารมณ์ต้านทุจริต อ้อนเด็กๆ "อย่าทิ้งลุงตู่"

  • วันที่ 07 ธ.ค. 2561 เวลา 14:23 น.

"บิ๊กตู่"ประกาศเจตนารมณ์ต้านทุจริต อ้อนเด็กๆ "อย่าทิ้งลุงตู่"

นายกฯ ประกาศเจตนารมณ์ต้านทุจริต วันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล ชี้เป็นวาระแห่งชาติ ระบุ 4 ปี ประเทศสงบ อ้อนเด็กๆ "อย่าทิ้งลุงตู่"

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานเปิดงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย)ที่อิมแพคเมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด Zero Tolernce คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต โดย นายกฯเป็นประธานประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริต กล่าวช่วงหนึ่งว่า ต้องร่วมรณรงค์ประกาศเจตนารมย์ต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง เพื่อให้ทุกคนไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ สำหรับปัญหาการทุจริตในประเทศไทยถือว่าสั่งสมมาทุกรูปแบบ ทั้งการใช้ช่องว่างของหน้าที่ การซื้อขายตำแหน่ง การจัดซื้อจัดจ้างจนเกิดปัญหาขึ้นในสังคมไทย

นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญการลดปัญหาทุจริต คือการสร้างความทั่วถึง การขยายโอกาส เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ป้องกันการรั่วไหลในการใช้งบประมาณ ทั้งนี้ รัฐบาลไทยมุ่งหวังการปราบทุจริตคอรัปชั่นด้วยการประกาศเป็นวาระแห่งชาติ  ใช้ทุกช่องทางการการป้องกัน และปราบปรามให้นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง ทั้งการแก้กฎหมาย แต่บางเรื่องการแก้กฎหมายต้องพิจารณาผลกระทบข้างเคียงด้วย ขณะที่ข้าราชการต้องเข้มแข็ง ทำเพื่อประชาชน ย่อมส่งผลดีต่อการแก้ปัญหาทุกอย่าง ทั้งการปราบทุจริต ลดความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง  ขณะเดียวกันกระบวนการยุติธรรมต้องไม่ถูกแทรกแซงด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีในยุค 4.0 ย่อมส่งทั้งผลดีและผลเสีย เช่นการใช้เป็นช่องทางกล่าวโจมตีตนเองในโซเซียลทุกวัน และบางกลุ่มไม่รับกติกา ดังนั้น จึงต้องใช้โซเซียลอย่างระมัดระวัง อย่าใช้เพียงความรู้สึกมาตัดสิน  ส่วนการใช้จ่ายงบประมาณในรัฐบาลนี้เป็นไปอย่างเปิดเผย ตามกฎหมาย ที่จะต้องประกาศตามระเบียบ ที่สำคัญรัฐบาลนี้กำชับไปยังท้องถิ่นให้ทำแผนงานตามความต้องการของประชาชน และย่อยโครงการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด

นอกจากนี้ นายกฯ ยังกล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปราบทุจริต หากพบกระทำผิด ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมายทั้งวินัยและอาญา การปราบปรามการทุจริตจะถูกสร้างเป็นวัฒนธรรมที่จริงจังในอนาคต ทั้งนี้ ดัชนีการทุจริตดีขึ้นเพราะ 4 ปี ที่ผ่านมา มีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้น โดยรัฐบาลนี้เข้ามาแก้ปัญหา หากทุกคนมองไม่เห็นว่าผลงาน 4 ปีของรัฐบาลนี้มีสิ่งใดบ้าง ให้ดูที่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง นั่นคือผลงานของรัฐบาล

“รัฐบาลไม่ได้ทำงานเฉพาะตรงนี้ตรงนั้นเพื่อให้คนรักรัฐบาล แน่นอนต้องมีคนรักคนชอบคนไม่ชอบ ดีกว่าที่มีแต่คนรักแต่ไม่ได้แก้ปัญหา แต่ถ้าให้คนไม่ชอบทั้งหมด มันก็แก้อะไรไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราต้องอยู่ด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความเป็นจริง ด้วยอดีตที่จะเป็นประวัติศาสตร์ที่สอนเรามาทุกวันนี้ว่าอะไรที่เราควรจะทำ อะไรที่เราไม่ควรจะทำ เราไม่ควรจะทุจริตอย่างไรในทุกภาคส่วน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้ติดตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20ปีและแผนแม่บท ประเทศต่าง ๆ ที่เจริญแล้วมียุทธศาสตร์ชาติทุกประเทศ และวันนี้ที่พูดเรื่องต่าง ๆ ในนามรัฐบาล ไม่ได้ทะเลาะกับใคร ตนไม่ใช่นักการเมืองหรือพรรคการเมือง ดังนั้นพูดได้ทุกเรื่อง

“ปัญหาทีวีดิจิทัลที่ไม่สอดคล้องกับเม็ดเงินโฆษณา ทำให้เกิดปัญหาในขณะนี้ เป็นการลงทุนโดยไม่คำนึงถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ทีวีดิจิทัลขยายกี่ช่องคนดูก็เท่าเดิม สปอนเซอร์เท่าเก่า กลายเป็นเอาเงินสปอนเซอร์มาหารจำนวนช่องมากขึ้น จะอยู่ได้หรือไม่แบบนั้น หลายคนคิดว่าเขามีแล้ว ก็มีบ้าง แล้วก็เกิดปัญหาเกิดขึ้น นี่เรียกว่าลงทุนโดยไม่คำนึงถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีเหตุมีผล มีความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดี ไม่ใช่พอเห็นเขาดี เห็นเขารวย ก็ลงทุน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

จากนั้นนายกฯ ได้ทำสัญลักษณ์ต่อต้านการทุจริต โดยการเอามือมาไขว้กันบริเวณหน้าอก พร้อมนำประกาศเจตนารมณ์ว่า ข้าพเจ้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอประกาศเจตนารมณ์ว่าจะประพฤติปฏิบัติตนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่กระทำการทุจริตจะยึดมั่นในความยุติธรรม ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนจะปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ และเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยจิตอาสาน้อมนำความดีด้วยหัวใจ

จากนั้นนายกฯ เยี่ยมชมนิทรรศการภายในงาน และพบปะกับนักเรียนโรงเรียนต่างๆที่เข้าร่วมโครงการศูนย์ครอบครัวพอเพียง โดยเด็กนักเรียนต่างตะโกนบอกนายกฯว่า ลุงตู่อย่าลืมครอบครัวพอเพียงนะคะ ด้านนายกกล่าวกลับไปว่า " งั้นอย่าทิ้งลุงตู่นะคะ" จากนั้นนายกฯได้ร่วมถ่ายรูปกับเด็กๆอย่างเป็นกันเอง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ