พปชร.โต้ไม่ได้กดดันกกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง

วันที่ 01 ธ.ค. 2561 เวลา 13:14 น.
พปชร.โต้ไม่ได้กดดันกกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง
พปชร.ยันไม่ได้กดดัน กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งเอื้อประโยชน์ตามที่ถูกกล่าวหา แจงให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดตั้งสาขาภาค

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจมีการแบ่งเขตเลือกตั้งเอื้อให้กับพรรค พปชร. ว่า การแบ่งเขตเลือกตั้ง 350 เขตเป็นหน้าที่และอำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่ง กกต. จะตัดสินใจเรื่องการแบ่งเขตอย่างไรในขั้นสุดท้ายถือเป็นดุลพินิจของ กกต. และได้ดำเนินการตามกรอบของกฎหมายทุกอย่าง จึงไม่ขอก้าวล่วงการตัดสินใจ และยืนยันว่าพรรค พปชร. ไม่ได้กดดันหรือชี้นำสั่งการองค์กรอิสระให้ดำเนินการใดๆได้

ทั้งนี้ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้จนถึงช่วงกลางเดือน ธ.ค. นี้ พรรค พปชร. จะลงไปสนับสนุนสมาชิกของพรรคที่ จ.ร้อยเอ็ด กระบี่ และ ลำปาง เพื่อประชุมจัดตั้งสาขาของพรรคในภาคต่าง ๆ ตามกฎหมายพรรคการเมืองต้องมีการเลือกหัวหน้าสาขาของพรรคประจำภาค และกรรมการรวม 9 คน ซึ่งเมื่อมีสาขาภาคครบถ้วนแล้วจะเป็นขั้นตอนในเรื่องการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งคาดว่าในกลางเดือนนี้พรรคจะจัดประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 เพื่อทำการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคอย่างเป็นทางการรวม 11 คน ประกอบด้วย กรรมการบริหารพรรค 4 คน และสมาชิกพรรค 7 คน โดยคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครจะมีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ กระบวนการต่าง ๆ ทั้งการรับเอกสารแสดงความจำนงจากสมาชิกตลอดจนขั้นตอนตามกฎหมายทั้งหมด

นายทะเบียนพรรค พปชร. กล่าวว่า ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 13/2561 ให้ยกเว้นการทำไพรมารีโหวต แต่ได้กำหนดให้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครต้องเปิดรับฟังความเห็นจากหัวหน้าสาขาภาค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด และสมาชิกพรรค ในการคัดเลือกตัวผู้สมัครก่อนนำเสนอให้พรรคพิจารณา ซึ่งขั้นตอนนี้มีความสำคัญและพรรคให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะแสดงให้เห็นถึงกระบวนการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรคอย่างแท้จริง เราทำพรรคการเมืองเพื่อเข้ามาแก้ปัญหาให้กับประชาชน ดังนั้นกระบวนการต่าง ๆ ของพรรคก็ต้องยึดโยงกับประชาชน

“ใครที่วิจารณ์ว่าพรรค พปชร. เตรียมผู้สมัคร ส.ส. เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือวางตัวกันครบทุกเขตแล้ว จึงไม่เป็นความจริง ผมยืนยันว่า เราอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ เพียงแต่ต้องบอกความจริงว่า เรามีความพร้อมในเรื่องตัวบุคลากรที่จะเสนอตัวเป็นผู้สมัครมากกว่าพรรคอื่น และมั่นใจว่าเมื่อถึงกระบวนการสรรหาผู้สมัครแล้วจะไม่เกิดปัญหาความขัดแย้งในเรื่องการทับซ้อนพื้นที่” นายทะเบียนพรรค