เลขาฯหญิงอ้อ-สามีเบี้ยวพบอัยการคดีฟอกเงินกรุงไทย ประสาน "ดีเอสไอ"ตามตัว

  • วันที่ 31 ต.ค. 2561 เวลา 16:50 น.

เลขาฯหญิงอ้อ-สามีเบี้ยวพบอัยการคดีฟอกเงินกรุงไทย ประสาน "ดีเอสไอ"ตามตัว

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผย "กาญจนาภา-วันชัย"เบี้ยวนัดไม่มาพบอัยการฟ้องคดีฟอกเงินกรุงไทย ประสาน "ดีเอสไอ" ติดตามตัว

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวการนัดส่งตัวฟ้องคดีสมคบฟอกเงินเกี่ยวกับการโอนและรับโอนเงินที่ได้จากการอนุมัติสินเชื่อระหว่าง ธ.กรุงไทยฯ กับกลุ่มกฤษดามหานครโดยมิชอบ ในส่วนของ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน (เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) , นายวันชัย หงส์เหิน (สามีของนางกาญจนาภา) และ นายมานพ ทิวารี (บิดาของ น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย) ข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน

นายประยุทธ กล่าวว่า วันนี้ ผู้ต้องหาทั้งสามไม่ได้เดินทางมาพบอัยการ โดยนายมานพ เดินทางไปธุระที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมัน ก็ได้ส่งสำเนาตั๋วเครื่องบินดังกล่าวพร้อมหนังสือขอเลื่อนนัดมาแสดงระบุยืนยันว่าจะมาพบอัยการในวันที่ 29 พ.ย.นี้ ซึ่งอัยการพิจารณาแล้วก็อนุญาต โดยแจ้งกำชับในหนังสือให้นายมานพ ให้มาพบตามวันดังกล่าวคือ 29 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. โดยจะไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาให้เลื่อนนัดอีก

อย่างไรก็ดีหากในวันดังกล่าว นายมานพ ยังจะไม่ได้เดินทางมาพบอัยการอีกโดยไม่มีเหตุแจ้งก็จะต้องเป็นไปตามกระบวนการ แจ้งให้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำตัวมามอบให้อัยการส่งฟ้อง ซึ่งดีเอสไอจะดำเนินอย่างไรเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหามาก็เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการ

ส่วนนางกาญจนาภา และนายวันชัย สามีนั้น วันนี้ไม่มาโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ซึ่งทั้งสองก็ไม่ได้มาพบอัยการตามนัดเป็นครั้งที่ 2 อัยการก็แจ้งประสานไปยังพนักงานสอบสวน ดีเอสไอ ให้ติดตามตัวมาพบอัยการเพื่อส่งตัวฟ้องโดยเร็วตามคำสั่งฟ้องร่วมฟอกเงินและสมคบฟอกเงินในการรับโอนเช็คจำนวน 26 ล้านบาท

นายประยุทธ กล่าวด้วยว่า การเลื่อนนัดคดีในวันนี้ ไม่มีผลกับสำนวนคดีร่วมกันฟอกเงินรับโอนเช็ค 10 ล้าน ของนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่รอพิจารณาอยู่ในเดือน พ.ย.นี้ ส่วนจะมีการพิจารณาเป็นคดีเดียวกันหรือไม่ ตนไม่อาจก้าวล่วง ซึ่งเป็นการรับผิดชอบคดีของอัยการคดีพิเศษ

เมื่อถามย้ำว่าเท่ากับว่าหากผู้ต้องหาไม่มาพบพนักงานอัยการ 2 ครั้งแล้ว จะเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวน ดีเอสไอไปขอศาลออกหมายจับได้หรือไม่

นายประยุทธ กล่าวว่า การติดตามตัวเป็นเรื่องของดีเอสไอ ที่จะดำเนินการนำตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้อง ด้วยวิธีใดก็ได้ ถ้าเขาสามารถที่จะติดต่อได้ระหว่างพนักงานสอบสวนกับผู้ต้องหาให้มาพบอัยการ แต่ถ้าไม่สามารถนำตัวมาได้ด้วยวิธีปกติ ขั้นตอนกฎหมายก็เขียนไว้อยู่แล้ว ส่วนจะดำเนินการถึงขั้นให้ศาลออกหมายจับเพื่อให้ได้ตัวมาหรือไม่ก็เป็นขั้นตอนปฏิบัติของดีเอสไอ อัยการจะไม่ก้าวล่วง โดยอัยการแจ้งเพียงอย่างเดียวว่าให้ไปดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวมาส่งฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา คณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้มีความเห็นสั่งฟ้องและพนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 ยื่นฟ้องนายพานทองแท้หรือโอ๊ค ชินวัตร (บุตรชายคนโตอายุ 38 ปีของอดีตนายกฯทักษิณ) ในความผิดเดียวกันนี้ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้ว ซึ่งศาลนัดสอบคำให้การนายพานทองแท้ในวันที่ 5 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. โดย นายพานทองแท้ ก็ได้ประกันตัวไป ด้วยเงินสด 1 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

โดยส่วนของนายมานพนั้น ที่ถูกกล่าวหาฟอกเงิน ก็เป็นเงินคนละจำนวนกับเช็ค 10 ล้านบาทที่นายพานทองแท้ ถูกฟ้อง และจำนวน 26 ล้านบาทที่นางกาญจนาภากับนายวันชัย ถูกกล่าวหา ขณะที่สำนวนบุคคลอื่นอีก กว่า 150 รายนั้นก็อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ