เส้นทางชีวิตจาก "เด็กชายประยุทธ์ สู่ บิ๊กตู่"

  • วันที่ 15 ต.ค. 2561 เวลา 13:01 น.

เส้นทางชีวิตจาก "เด็กชายประยุทธ์ สู่ บิ๊กตู่"

เว็บไซต์ส่วนตัวนายกฯ เผยประวัติและเส้นทางการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่เกิดถึงช่วงการเข้าสู่อำนาจ

ผ่านมาแล้ว 4 ปี สำหรับการเข้ามาบริหารประเทศไทยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ มักจะสื่อสารกับสังคมผ่านสื่อมวลชน หรือช่องทางการของหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่เมื่อวานนี้ถือเป็นครั้งแรกที่นายกฯ เริ่มสื่อสารกับสังคมด้วยตนเอง ด้วยการเปิด เว็บไซต์ เพจเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ส่วนตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้ถือว่ารับกระแสตอบรับอย่างคึกคัก

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเว็บไซต์ส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ นอกจากมีการเผยแพร่ข่าวสารและภาพภารกิจของนายกฯ ก็ยังมีการเผยแพร่ประวัติส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน โดยมีเนื้อหาดังนี้

ภาพที่ 1 เป็นประวัตินายกฯตอนเด็ก “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของราชอาณาจักรไทย เกิดเมื่อวันที่ 21 มี.ค.2497 ที่จังหวัดนครราชสีมา”

ภาพที่ 2 เป็นข้อมูลการศึกษาของ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า “พล.อ.ประยุทธ์ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 จากโรงเรียนสหะกิจวิทยา จังหวัดลพบุรี ต่อมาได้ไปศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี เป็นเวลา 1 ปี และย้ายไปศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ กรุงเทพมหานคร จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนสมัครเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 และเป็นนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 23”

ภาพที่ 3 ช่วงการเข้าสู่การเป็นทหารเสือราชินี “หลังจบจากรั้วโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในปี พ.ศ. 2519 พล.อ.ประยุทธ์ เข้ารับราชการครั้งแรกในยศ ร.ต.ที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ หรือที่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าหน่วย "ทหารเสือราชินี" และได้ผ่านการอบรมหลักสูตรทางทหารต่างๆ เช่น หลักสูตรจู่โจม (เสือคาบดาบ) รุ่นที่ 39 หลักสูตรส่งทางอากาศ รุ่นที่ 94 และหลักสูตรหลักประจำโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 63 ก่อนได้ขึ้นเป็นผู้บังคับการกรมฯ และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ในปี พ.ศ. 2546”

ภาพที่ 4 การขึ้นตำแหน่งผู้นำในกองทัพบก “ในปี พ.ศ. 2548 พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับตำแหน่งเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 1 ก่อนจะเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ในปีถัดมา”

ภาพที่ 5 การขึ้นตำแหน่ง ผบ.ทบ. “ปี พ.ศ. 2553 พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 37 ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม และพัฒนากองทัพบกเพื่อให้สมกับที่เป็นสถาบันหลักในการรักษาเสถียรภาพและอธิปไตยของชาติ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และดูแลความปลอดภัย ช่วยเหลือประชาชนคนไทยในยามที่ได้รับความเดือดร้อน”

ภาพที่ 6 ชีวิตในวันที่ 22 พ.ค.2557 “ตลอดระยะเวลาการทำงาน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองหลายเหตุการณ์ โดยเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 หลังจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชน 2 กลุ่มที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวจนเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม

เพื่อให้สถานการณ์ดังกล่าวกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ประชาชนในชาติเกิดความรักความสามัคคี ตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมกับทุกพวกทุกฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. จึงได้ประกาศเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองและบริหารประเทศ”

ภาพที่ 7 ค;ามตั้งใจและคำสัญญาเมื่อเข้ามาบริหารชาติไทย “พล.อ.ประยุทธ์ เข้ารับหน้าที่ผู้นำประเทศเพื่อสร้างความปรองดอง ยุติความขัดแย้งแตกแยก ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์และเสถียรภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และนำพาประเทศกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง โดยมุ่งมั่นอุทิศตนในการฟื้นฟูและพัฒนาประเทศ ซึ่งถือเป็นคำสัญญาสำคัญที่ท่านได้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ระยะสั้น ได้เร่งเสริมสร้างความสามัคคีและแก้ไขปัญหาที่ทำให้การเดินหน้าทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก เช่น ปัญหาแรงงาน ปัญหาประมง ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร นอกจากนี้ยังเร่งเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่างๆ ของประเทศ ปรับปรุงมาตรการเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเตรียมการให้ประเทศกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยอย่างเหมาะสม ซึ่งมีความสำคัญต่อการวางรากฐานการพัฒนาประเทศต่อไป

สำหรับการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในระยะยาว ได้ผลักดันการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาประเทศไทยไปสู่อนาคต และมีแนวปฏิบัติชัดเจน ในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยมุ่งให้ประเทศมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ความเหลื่อมล้ำลดลงต่อเนื่อง ธุรกิจและประเทศมีศักยภาพในการแข่งขันสูง บุคลากรมีคุณภาพและเป็นคนดี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี และภาครัฐสามารถบริหารประเทศและบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประเทศเติบโตไปได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

 

ที่มา : https://prayutchan-o-cha.com/th/biography

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ