พิชัยชูทีเด็ด! "ทักษิโณมิกส์"ด้านพลังงาน แก้ผูกขาด

  • วันที่ 12 ก.ย. 2561 เวลา 14:48 น.

พิชัยชูทีเด็ด! "ทักษิโณมิกส์"ด้านพลังงาน แก้ผูกขาด

"พิชัย"แนะ"บิ๊กตู่"นโยบายพลังงานต้องเข้ากับทิศทางโลก ชู "ทักษิโณมิกส์" ด้านพลังงานช่วยแก้การผูกขาด

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวในงานสัมมนานโยบายสาธารณะด้านพลังงานจัดโดย สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า นโยบายพลังงานต้องสอดคล้องกับทิศทางของโลกที่มุ่งสู่พลังงานไฟฟ้า และผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียนที่เป็นพลังงานสะอาด เช่น พลังแสงอาทิตย์ พลังลม ฯลฯ และมีราคาต้นทุนการผลิตลดลงเรื่อยๆ ซึ่งทำให้การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล จะลดลงเรื่อยๆโดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินที่หลายประเทศเริ่มจะเลิกการผลิตกันแล้ว

การที่พลเอกประยุทธ์เคยออกมาตำหนิตนว่าไม่ได้ทำอะไรตอนเป็น รมว. พลังงาน ทั้งๆที่ตนทำหลายเรื่องเช่น ยกเลิกเบนซิน 91 ทำให้มีการใช้เอทานอลที่ผลิตในประเทศมากขึ้น ลดราคารับซื้อไฟฟ้าจากโซล่าร์ งดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันชั่วคราวเพื่อช่วยลดภาระประชาชน ออกบัตรเครดิตพลังงานช่วยผู้ประกอบการ ฯลฯ แต่ ตลอด 4 ปีกว่าที่ผ่านมารัฐบาลนี้กลับไม่ได้มีผลงานทางพลังงานอะไรเลย มีแต่ความสับสน โดยล่าสุดยังมีแนวทางสวนกับทิศทางโลก ทั้งเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน และการไม่รับซื้อพลังงานหมุนเวียน เป็นต้น

อีกทั้งอยากให้รัฐบาลแก้ไขข้อครหาการทุจริตในเรื่องพลังงาน เช่น เรื่องล่าสุดคือ เรื่องโรงไฟฟ้าขยะของกระทรวงมหาดไทย และ การใช้เงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานผิดประเภท และเรื่องก่อนหน้านี้เช่น การซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนิเซีย และ ข้อครหาการออกใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์โดยเรียกรับผลประโยชน์ และ อยากให้ลดการผูกขาดของปตท. ในธุรกิจพลังงาน และยังออกมาทำธุรกิจอื่นแข่งกับเอกชน เช่น ธุรกิจร้านกาแฟนอกปั๊ม ธุรกิจโรงแรมในปั๊ม และ ร่วมประมูลรถไฟความเร็วสูง เป็นต้น

ส่วนเรื่องการซื้อหุ้น บริษัทโกลว์ นั้น แม้ว่า ปตท. อาจจะต้องมุ่งสู่ธุรกิจไฟฟ้ามากขึ้น แต่ยังข้องใจเรื่อง การผูกขาดการผลิตไอน้ำจากความร้อนเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีแล้ว ยังมีเรื่องราคาที่ซื้อซึ่งสูงกว่าราคาที่เหมาะสมมาก อีกทั้ง บริษัท โกลว์ มีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในสัดส่วนที่สูง ซึ่งไม่น่าจะใช่ทิศทางการผลิตไฟฟ้าอนาคตของโลก และของ ปตท. ด้วย จึงอยากให้พิจารณาให้ดี โดยอยากทวงรัฐบาลเรื่องลดราคาน้ำมันที่ตนเคยเสนอไว้ เพราะผู้ประกอบการยอมลดราคาค่าการตลาดที่ตนเสนอและควรจะลดตั้งนานแล้ว ดังนั้นราคาเอทานอลและราคาหน้าโรงกลั่นที่ไม่รวมค่าขนส่งจากสิงคโปร์ก็ควรจะลดลงมาได้ใช่หรือไม่

นายพิชัยกล่าวว่า รัฐบาลควรพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่เก็บอยู่สูงมากถึงลิตรละ 5.80 บาท ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังลำบากกันอย่างมาก โดยขอให้มั่นใจว่านโยบายทักษิโณมิกส์ทางเศรษฐกิจที่จะออกมาช่วงเลือกตั้งจะเป็นแนวทางพลังงานที่ถูกต้องของประเทศนี้ และยังจะช่วยประชาชน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และ ขยายโอกาสทางด้านพลังงาน อีกทั้ง ส่งเสริมธุรกิจพลังงานให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ ไม่ใช่มาเอาเปรียบคนในประเทศเหมือนในปัจจุบัน

ทั้งนี้ การแก้ไขไม่ให้มีการผูกขาดจะเป็นนโยบายหลักเพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนจำนวนมากได้พัฒนาก้าวขึ้นมาได้

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ