“จตุพร”ซัดตุลาการกุข่าวถูกขู่ฆ่ากลบฉาว

วันที่ 22 ต.ค. 2553 เวลา 14:52 น.
จตุพร ซัด ตุลากร กุข่าวถูกโทรศัพท์ขู่ฆ่า หวังกลบข่าว เล็งนำคลิปโกงข้อสอบแฉกลางศาลรธน.

เมื่อเวลา 13.20 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าถูกโทรศัพท์ขู่ฆ่าว่า ตามหลักการทั่วไปแล้วคนที่ถูกขู่ฆ่าเมื่อได้รับโทรศัพท์สิ่งแรกที่ควรทำคือแจ้งความดำเนินคดี แต่ปรากฏว่าไม่มีการแจ้งความใดๆ ตนไม่เห็นด้วยกับวิธีข่มขู่ แต่กรณีนี้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากการกุข่าวกลบความเหลวแหลกภายในศาลรัฐธรรมนูญ จึงขอร้องว่าอย่าใช้วิธีการแบบนักการเมืองชั่ว ถ้าเป็นความจริงตำรวจต้องจับกุมตัวให้ได้ อย่าให้มันเป็นเพียงการสร้างเรื่องกลบเกลื่อน ส่วนเรื่องที่ตนออกมาพูดถึงการทุจริตการสอบเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น เมื่อเรื่องแดงขึ้นมาก็สุมหัวกันหารือ ไม่คิดว่ามันจะมีเรื่องนี้ แต่คนที่ได้ข้อสอบจากท่าน 2 รายสารภาพและมีการบันทึกเอาไว้เรียบร้อย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ตนไม่ได้พูดแบบโคมลอย แต่มีหลักฐาน เพียงแต่เปิดไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าจะถูกดำเนินคดีฐานนำมาเผยแพร่

นายจตุพรกล่าวว่า ฉะนั้นเพื่อความสะอาดบริสุทธิ์ในสัปดาห์หน้าจะนำคลิปไปมอบให้ศาลรัฐธรรมนูญ และนัดสื่อมวลชนมาเปิดดูพร้อมกัน ตนได้ดูแล้วค่อนข้างยาวแต่ชัดเจนมาก เห็นภาพใครนั่งอยู่บ้าง มีเสียงเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ที่สารภาพ 2 คน ทุกวันนี้ก็ยังนั่งทำงานอยู่ในศาล ยืนยันว่าตนไม่ได้แบล็คเมล์อะไร แต่ขอความกรุณาศาลรัฐธรรมนูญนัดหมายตนมาในสัปดาห์หน้า จะได้ไปเปิดเผยความจริงกัน คลิปนี้ตนไม่รู้ว่าใครส่งมาให้ ดูแล้วทำให้เข้าใจว่าทำไมคดียุบพรรคถึงมีปัญหา

นอกจากนี้ตนยังทราบด้วยว่ามีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งได้แต่งตั้งลูกชายตัวเองเป็นเลขานุการส่วนตัวกินเงินเดือนๆละ 4 หมื่นกว่าบาท แต่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เลย เพราะเดินทางไปเมืองนอกเป็นเวลาปีเศษแล้ว ส่วนตัวเห็นด้วยกับนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่คิดว่าไม่ควรมีศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ต่อไป เพราะได้ทำผิดคุณธรรม จริยธรรม กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะฟ้องยุบพรรคเพื่อไทยนั้น ก็เป็นเรื่องของคนทำผิดแล้วถูกจับได้ แต่ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญยังเป็นอยู่แบบนี้ พรรคเพื่อไทยอาจจะถูกยุบก็ได้

ย้ำขบวนการฮั้วประมูลในศาลรธน.

นายจตุพรกล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องการได้งานในศาลรัฐธรรมนูญก็พบความเชื่อมโยงจากคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวละครที่เกิดขึ้นในคลิปขณะนี้ ตามที่ตนได้เปิดเผยไปถึงบริษัทที่ได้รับการประมูลติดตั้งกล้องซีซีทีวีในศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 66 ล้านบาท รวมทั้งการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ในศาลรัฐธรรมนูญงบประมาณ 15 ล้านบาท บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทร่วมค้าที่มีนายวรวุฒิ นวโภคิน อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร และน.ส.นุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ ซึ่งคนนี้อยากถามคนในพรรคประชาธิปัตย์ว่ารู้จักหรือไม่ โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ บริษัทนี้ใครๆก็รู้ว่าเชี่ยวชาญเรื่องเฟอร์นิเจอร์ ไม่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ แต่กลับประมูลชนะบริษัทที่ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง โดยชนะเพราะบริษัทคู่แข่งขาดคุณสมบัติซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก เพียงแต่ต้องการชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงว่าใครเป็นใคร เรื่องนี้คนในศาลรู้กันดี นินทากันอย่างกว้างขวาง

เย้ยปชป.ธาตุไฟแตกดิ้นร้องยุบพท.

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะฟ้องยุบพรรคเพื่อไทยสืบเนื่องจากกรณีคลิปฉาวเกี่ยวกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ว่า เป็นอาการของคนธาตุไฟแตก ต้องการเบี่ยงเบนประเด็น ความจริงถ้าคนในพรรคมีจริยธรรม คุณธรรม โปร่งใส ตรงไปตรงมาแล้วต้องหาความจริงในคลิป ไม่ใช่ไปหาว่าใครเป็นคนถ่าย เปรียบเหมือนการถ่ายการรับส่วย แทนที่จะหาว่าใครรับส่วย แต่กลับไปหาคนถ่าย เรื่องนี้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เคยบอกว่าอย่ากดดันศาล อย่าให้สัมภาษณ์ แต่นายทศพล เพ็งส้ม และนายวิรัช ร่มเย็น ที่ต่างถือเป็นศิษย์ก้นกุฏิ กลับทำคนละอย่างกับที่นายชวนบอก ในฐานะที่นายชวนเป็นหัวหน้าทีมกฎหมายจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรบ้าง เรื่องยุบพรรคนี้ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีความเกรงกลัวใดๆ ส่วนกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าถูกขู่ฆ่านั้น เป็นการเบี่ยงเบนกระแส ตุลาการต้องบอกสังคมอย่างตรงไปตรงมาว่าพรรคประชาธิปัตย์มีการล็อบบี้หรือไม่ เรื่องนี้เป็นเพียงการเรียกคะแนนสงสารเท่านั้น ประชาชนก็บริโภคข้าว ไม่ได้บริโภคอย่างอื่น