"วิษณุ"แจงบรรจุ "น้องแบม"ทำงานป.ป.ท.ตามเกณฑ์คนทำความดี

วันที่ 31 ส.ค. 2561 เวลา 12:11 น.
"วิษณุ"แจงบรรจุ "น้องแบม"ทำงานป.ป.ท.ตามเกณฑ์คนทำความดี
"วิษณุ" แจง เตรียมบรรจุ "น้องแบม" รับราชการ ป.ป.ท.ขอนแก่น เหตุมีอัตราว่าง ตามเกณฑ์คนทำความดี ยันไม่เลือกปฏิบัติ ด้านเลขาปปท. ยัน เหมาะทำงานปปท.

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เชิญ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มาหารือ กรณีการพิจารณารับ น.ส.ปณิดา ยศปัญญา  หรือน้องแบม ผู้ที่เปิดเผยข้อมูลการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น เข้ารับราชการที่สำนักงาน ป.ป.ท. ขอนแก่น หลังจากที่ น.ส.ปณิดา ไม่ประสงค์จะทำงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง

นายวิษณุ เปิดเผยภายหลังว่า  ได้ให้เจ้าหน้าที่ประสานไปยังน้องแบบเป็นการส่วนตัว ทราบว่า น้องแบมเรียนจบคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขณะนี้กำลังศึกษาต่อออนไลน์ ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ด้วยทุนของมหาวิทยาลัย  จากการสอบถาม น้องแบมสนใจเข้ามาทำงานกับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)   แต่ต้องการทำที่ จ.ขอนแก่น   จึงให้เจ้าหน้าที่ประสานงานให้ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 ส.ค.  ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) พิจารณา พบว่ามีช่องทางที่สามารถทำได้โดยถูกกฎหมาย  ในกรณีที่มีผู้ใดเป็นที่ต้องการของราชการ และเป็นผู้มีคุณงามความดีพิเศษ เหมือนกับที่เคยบรรจุนักกีฬาที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศเข้ารับราชการ โดยจากนี้จะให้สำนักงาน ป.ป.ท. เสนอเรื่องเข้ามายัง ก.พ. เพื่อขอพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งสามารถทำได้กับทุกรายที่อยู่ในข่ายเดียวกัน

นายวิษณุ  ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการลําเอียงหรือการเลือกปฏิบัติ เพราะเป็นหลักเกณฑ์หนึ่ง ในการเสาะแสวงหาบุคคลบางประเภท เพื่อเข้ารับราชการ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ น.ส.ปณิดา ต้องสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของสำนักงาน ก.พ. ในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องโควต้าเข้ารับราชการ เชื่อว่า ขั้นตอนการดำเนินการ จะใช้เวลาไม่นาน ซึ่งนายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ประธาน อ.ก.พ. ก็ได้รับปากจะพิจารณาให้ โดยจะพิจารณาจากวุฒิการศึกษาและรายละเอียดอื่นประกอบด้วย

ส่วนที่มีการยกกรณีบุตรหลานของข้าราชการทหารตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่มาเปรียบเทียบกับเรื่องนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า  การเข้ารับราชการมีหลายรูปแบบ และหลายหลักเกณฑ์ บางครั้งอาจสอบเฉพาะกลุ่ม หรือเฉพาะบุคคล และในกรณีทั่วไป จะมีการสอบแข่งขันกับคนจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดมีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว ไม่ใช่การกำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ เพื่อน้องแบมโดยเฉพาะ และว่า “ยืนยันว่า จะไม่ใช้หลักเกณฑ์ลักษณะนี้พร่ำเพรื่อ เพื่อไม่ให้มีการบรรจุลูกท่านหลานเธอวิ่งเต้นเส้นสายกัน”

ด้าน พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า กรณีของ น.ส.ปณิดา ถือว่ามีความกล้าหาญที่ออกมาเปิดเผยและเปิดโปงสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล ถือเป็นคนดีที่ควรยกย่อง เชิดชู ซึ่ง น.ส.ปณิดามีภาระที่ต้องดูแลครอบครัว สังคมและราชการไม่ควรจะทอดทิ้ง เพราะสิ่งที่ น.ส.ปณิดาได้ทำน่าจะเกิดประโยชน์กับแผ่นดินมากกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเข้ารับราชการในสำนักงาน ป.ป.ท. บางคนอาจจะรับไม่ได้ พ.ท.กรทิพย์ กล่าวว่า การสอบแข่งขันมีตามปกติ

เมื่อถามย้ำว่า เหตุใดจึงไม่ให้สอบเข้าตามขั้นตอนปกติก่อน แล้วค่อยช่วยเหลือในภายหลัง พ.ท.กรทิพย์ กล่าวว่า กรณีนี้มีความเห็นเกิดขึ้น 2 ทาง คือ บางคนเห็นว่าคนอย่าง น.ส.ปณิดา น่าจะให้เข้ารับราชการ ช่วยดูแลและยกย่อง แต่ความเห็นอีกทางหนึ่งมองว่าต้องผ่านระบบสอบคัดเลือก ไม่เช่นนั้นจะเกิดเรื่อง 2 มาตรฐาน จึงมี 2 แนวทางว่าจะเลือกอย่างไร แต่พอดีเราเห็นว่ามีช่องทางให้สามารถทำได้ ซึ่งเคยทำมาแล้ว และคนอย่างนี้เข้ามาทำงานในสำนักงาน ป.ป.ท. ถือว่าเหมาะสม ตรงกับสิ่งที่เขาแสดงออกมาหรือทำ