ป.ป.ช.ฟันอาญา "พนม" อดีตผอ.สำนักพุทธทุจริตเงินทอนวัดภาคเหนือ

  • วันที่ 07 ส.ค. 2561 เวลา 19:09 น.

ป.ป.ช.ฟันอาญา "พนม" อดีตผอ.สำนักพุทธทุจริตเงินทอนวัดภาคเหนือ

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดอาญา "พนม ศรศิลป์" อดีตผอ.สำนักพุทธฯ ทุจริตเงินทอนวัดภาคเหนือ 24 ล้าน

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ที่ประชุมป.ป.ช.ได้พิจารณาคดีทุจริตการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์ประจำปีงบประมาณ 2558 ที่ได้จัดสรรให้วัดในจังหวัดลำปาง ประกอบด้วย วัดวัฒนาราม วัดอุมลอง วัดบ้านอ้อ วัดทุ่งต๋ำ วัดหาดปู่ด้าย และในจังหวัดแพร่ คือวัดศรีบุญนำ รวม 24,000,000 บาท และได้มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ มีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวว่า สำหรับบุคคลที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรง ประกอบด้วย 1. นายพนม ศรศิลป์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) 2. นางสาวประนอม คงพิกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน 3.นายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนบูรณะพัฒนาวัดและ ศาสนสงเคราะห์ 4. นางณัฐฐาวดี ตันตยาวิสารสุทธิ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการศาสนาชำนาญการ

5.นายศิวโรจน์ ปิยรัตน์เสรี เจ้าอาวาสวัดบ้านอ้อในขณะนั้น และ 6.นางสาวอุบล ดิษฐ์ด้วง มีมูลความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 86 ฐานเป็นผู้ร่วมเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ทั้งนี้ ตามขั้นตอนจะส่งรายงานและเอกสารพร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยและ ส่งรายงานเอกสาร และความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจต่อไป

เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวอีกว่า จากการไต่สวนข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายพนม และนางสาวประนอม คงพิกุล สั่งการให้นายวสวัตติ์ ดำเนินการจัดทำเอกสารบันทึกขออนุมัติการ ใช้จ่ายเงินประจำงวด เพื่อเสนอชื่อวัดที่นางสาวประนอม ได้ติดต่อไว้แล้ว เพื่อเสนอต่อนายพนม ให้อนุมัติงบประมาณเงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด และนายพนม ได้อนุมัติเงินงบประมาณวัดละ 4,000,000 บาท เมื่อได้มีการอนุมัติเงินงบประมาณแล้วนางสาวประนอม จึงให้นางณัฐฐาวดี ไปแจ้งพระศิวโรจน์ว่าวัดต่างๆ จะต้องโอนเงินกลับคืนมาจำนวนเท่าใด

เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวว่า หลังจากนั้นพระศิวโรจน์ ได้ไปแจ้งแก่เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวทั้ง 5 วัด และดำเนินการโอนเงินจากบัญชีของวัดดังกล่าว และวัดบ้านอ้อ ซึ่งตนเป็นเจ้าอาวาสอยู่ด้วย มายังบัญชีส่วนตัวของพระศิวโรจน์ ต่อมาพระศิวโรจน์ได้โอนเงินไปยังบุคคลที่นางณัฐฐาวดี ได้แจ้งไว้หลังจากที่ได้รับเงินแล้ว และนางณัฐฐาวดี ได้ถอนเงินให้แก่นางสาวประนอม ส่วนนางสาวอุบล และพระครูวิสุทธิวัฒนกิจ นั้น นายวสวัตติ์ ได้ดำเนินการพาไปถอนเงิน และเมื่อได้รับเงินแล้ว จึงนำเงินไปให้นางสาวประนอม ดังนั้น ป.ป.ช.จึงมีมติชี้มูลความผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทุกคน

ข่าวอื่นๆ