แสบ!จดหมายเปิดผนึกถึง "น้องนคร มาฉิม" จาก นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

  • วันที่ 30 ก.ค. 2561 เวลา 12:53 น.

แสบ!จดหมายเปิดผนึกถึง "น้องนคร มาฉิม" จาก นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เผยจดหมายเปิดผนึกถึง "นคร มาฉิม" เผยก่อนย้ายพรรคน้องก็กล่าวหาเพื่อไทยเป็นเผด็จการ

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุหัวข้อว่า "จดหมายเปิดผนึก ถึง น้องนคร มาฉิม" (นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์) โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

(จดหมายเปิดผนึก ถึง น้องนคร มาฉิม)

ถึง น้องนคร มาฉิม

พี่อ่านข้อความที่น้องมีถึงนายกทักษิณแล้ว ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่น้องออกมาสรรเสริญเยินยอคุณทักษิณเสียเลิศเลอและกล่าวเท็จถล่มพรรคประชาธิปัตย์เสียยับเยิน

หากคุณทักษิณได้อ่านข้อความของน้องแล้ว พี่ก็อยากให้คุณทักษิณได้อ่านข้อความของพี่บ้าง อย่างน้อยก็เตือนสติคุณทักษิณว่า คุณทักษิณมีชะตากรรมอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะขาดกัลยาณมิตร มีแต่ลูกน้องที่เยินยอว่าคุณทักษิณเหมือนเสือที่ติดปีก วิ่งก็ได้ บินก็ได้ คุณทักษิณจึงเคลิ้มลองกางแขนบินลงจากตึก สภาพก็เป็นดั่งที่เห็น นี่น้องก็กำลังส่งสัญญาณใหม่ว่าคุณทักษิณดำน้ำได้อย่างฉลาม วันที่น้องเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงคุณทักษิณช่างกระไรเป็นวันเดียวกับที่คุณทักษิณได้รับหมายจับใบที่ 5 หากคุณทักษิณเชื่อน้องคราวนี้ก็คงดำน้ำและไม่โผล่อีกเลย

อันบุคคลที่เคยเป็นอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยวิจารณ์คุณทักษิณแบบสาดเสียเทเสียมากที่สุดน่าจะมี 2 คน คนแรกคือดร.สุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล คนนี้วิจารณ์คุณทักษิณทั้งทางตรงและทางอ้อมจนถูกฟ้องหมิ่นประมาท พี่เป็นทนายความสู้คดีให้ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ปีกว่าจนชนะคดี เมื่อชนะคดีแล้วดร.สุรพงษ์ ก็ย้ายฟากจากประชาธิปัตย์ไปอยู่เพื่อไทย ได้ดิบได้ดีจนเป็นรัฐมนตรี,รองนายกรัฐมนตรี และตำแหน่งสุดท้ายเป็นจำเลย ติดคุกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง(อยู่ระหว่างอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา)

น้องนคร ก็ใช่ย่อยเดินตามทางที่ดร.สุรพงษ์ เคยทำไว้ทุกกระเบียดนิ้ว นี่ฟังว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังจะฟ้องน้องเป็นคดีอยู่ ก็คอยดูตอนจบก็แล้วกัน

หากน้องนครไม่ความจำสั้นจนเกินไป ตอนน้องออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ไปอยู่พรรคชาติพัฒนาน้องโทรมาขอโทษพี่โดยน้องบอกว่าย้ายพรรคเพราะ มี"ความจำเป็น"บางประการในการย้ายพรรค พี่ว่า น้องย้ายพรรคเพราะ"ความต้องการ" มากกว่า น้องแยกไม่ออกระหว่างความจำเป็น กับ ความต้องการ ถ้าเป็นเช่นนี้น้องก็คงต้องย้ายพรรคไปเรื่อยๆ ตาม"ความจำเป็น"ของน้อง

น้องนคร ครับ น้องก็เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์มากับพี่ พี่เป็นคนอย่างไรน้องย่อมรู้ดี พี่ไม่สนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยการยึดอำนาจ และพี่ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจด้วยกติกาที่ไม่เป็นธรรม เช่นเดียวกันพี่ก็ขอปฏิเสธว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยร่วมมือกับนายทุนขุนศึก ตุลาการชั้นสูง ล้มพรรคเพื่อไทย แต่เราต่อต้านสิ่งที่เราไม่เห็นด้วยต่างหาก น้องพูดคำว่า"ประชาธิปไตย" หลายครั้ง

แต่ก่อนที่จะรู้จักคำว่าประชาธิปไตย น้องก็ต้องรู้จักคำว่า"เผด็จการ"เสียก่อนว่าคืออะไร เหมือนคำเปรียบเปรยที่ว่าก่อนหาหนทางไปสวรรค์ก็ต้องรู้จักทางที่จะไปนรกเสียก่อน อันเผด็จการนั้น มีหลายรูปแบบทั้งเผด็จการทหารที่มาจากการยึดอำนาจ และเผด็จการพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง ลำพังการมาจากการเลือกตั้งอย่างเดียวมิได้หมายความว่าเป็นประชาธิปไตยหรอก ส่วนใครเป็นเผด็จการบ้างก็ลองใช้วิจารณญาณคิดเอาเอง

ก่อนจะย้ายพรรคน้องนครก็กล่าวหาว่าพรรคเพื่อไทยเป็นเผด็จการบ่อยครั้งแต่พอย้ายพรรคน้องก็กลับชื่นชมว่าเป็นประชาธิปไตยไปซะงั้น ถ้าจะว่าไปสิ่งที่น้องสวมอยู่บนหัวพี่ว่ามันไม่ใช่ดอกบัวหรอกแต่มันคือกงจักรซึ่งสักวันหนึ่งมันจะตัดหัวน้องออกเป็นเสี่ยงๆ พี่ก็เตือนด้วยความหวังดีถ้าน้องจะปฏิเสธความหวังดีของพี่ก็ไม่เป็นไร ในระบอบประชาธิปไตยเราเห็นต่างกันได้

เอาล่ะ! น้องจะชื่นชมคุณทักษิณ ก็ชื่นชมไป แต่การที่น้องใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์พี่ว่ามันเป็นการกระทำที่ไร้เหตุผลและไร้ซึ่งข้อเท็จจริง แต่เราอย่าเถียงเรื่องนี้กันอีกเลยเอาอย่างนี้ดีกว่า เราตัดสินเรื่องนี้กันแบบปัญญาชน เราเอาคดีนี้ขึ้นสู่ศาลดีกว่า และเรามาพิสูจน์กันให้สิ้นกระแสความว่าใครพูดเท็จใครพูดจริง

พี่ขออวยพรให้น้องไปสู่ที่ชอบๆตามความจำเป็นของน้อง แล้วเราค่อยเจอกันในศาลนะครับ

 

ข่าวอื่นๆ