มาร์คมั่นใจผลงาน 1 ปีฉลุย ลั่นรู้ผลสอบโกงสธ.ก่อนปีใหม่

วันที่ 27 ธ.ค. 2552 เวลา 11:53 น.
โพสต์ทูเดย์ - อภิสิทธิ์มั่นใจ 1ปี งานส่วนใหญ่ของรัฐบาลสำเร็จด้วยดี ย้ำไม่เคยนิ่งนอนใจเรื่องคอร์รัปชั่น เชื่อปีใหม่มีความชัดเจนเรื่องผลสอบทุจริตสธ.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์ ว่า ตลอดช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาการทำงานส่วนใหญ่ของรัฐบาลประสบความสำเร็จด้วยดี แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องแก้ไข เช่น ปัญหามาบตาพุดและการล้มประชุมอาเซียนที่พัทยา ส่วนปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะการตรวจสอบเรื่องการทุจริตภายในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่ต้องมีความชัดเจนก่อนปีใหม่นี้

 "การทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลขณะนี้สามารถทำงานร่วมกันได้ โดยจะต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ส่วนฉายาเด็กดื้อก็แล้วแต่คนจะมอง เพราะเรื่องสำคัญผมก็ต้องเป็นผู้ตัดสินใจ"นายอภิสิทธิ์กล่าว

ทั้งนี้สำหรับการรับมือเหตุวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ รัฐบาลจะให้ความสำคัญสูงสุดกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลความเมืองใหญ่แต่จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ซึ่ง 1 ปีที่ผ่านมาพยายามจะไม่สร้างความขัดแย้งและหลายเรื่องได้มีการถอยให้ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพร้อมที่จะยุบสภาหากเป็นผลดีต่อบ้านเมือง ขณะที่เรื่องคดีเงินบริจาคพรรคประชาธิปัตย์จำนวน 258ล้านบาทนั้น ก็ยืนยันว่าไม่เคยเข้าไปแทรกแซง

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้รัฐบาลยืนยันว่าได้เดินมาถูกทางแล้ว แต่ก็ยังไม่พอใจเพราะยังมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะเดินหน้านำร่องใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่ 4 อำเถอ จ.สงขลาแทนกฎอัยการศึก และหากได้รับผลดีก็จะขยายไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

สำหรับปัญหาความขัดแย้งกับกัมพูชา จะไม่นำคำพูดของนายฮุนเซน นายกฯกัมพูชา มาเป็นเรื่องให้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ส่วนการทบทวนความสัมพันธ์ทางการทูตนั้น หากกัมพูชาไม่ละเมิดศาลไทย ก็จะมีการทบทวน อย่างไรก็ตามยอมรับว่าปัญหาเขาพระวิหารเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กัมพูชาไม่พอใจไทย แต่รัฐบาลมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของชาติก็จะไม่ยอมเสียดินแดนเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับพูชา

"ผมรู้สึกเสียใจที่มีคนไทยช่วยเติมเชื้อ และเพิ่มเงื่อนไขให้กัมพูชาขัดแย้งกับไทย ที่ผ่านมาผมไม่เคยพบเจอเหตุการณ์ที่คนไทยไปสบคบกับต่างชาติจนส่งผลกระทบกับประเทศชาติ ผมยืนยันว่าไทยไม่เคยมีนโยบายล่วงละเมิดประเทศเพื่อนบ้าน"นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการจับกุมเครื่องบินลักลอบขนอาวุธด้วยว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นการชักศึกเข้าบ้าน ตามที่ฝ่ายค้านออกมาระบุ แต่เป็นการทำตามมติสหประชาชาติ ซึ่งหากไทยไม่ดำเนินการ ไทยก็จะกลายเป็นสวรรค์ของนักค้าอาวุธ และจะกลายเป็นการชักศึกเข้าบ้าน อย่างไรก็ตามยอมรับในการจู่โจมจับกุมนั้น มีลูกเล่นทางเทคนิคซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ หลังหลายฝ่ายออกมาตั้งข้อสังเกตถึงวิธีการ โดยเฉพาะการอนุญาตให้เครื่องบินลำดังกล่าวลงจอดเพื่อเติมน้ำมัน

"17 ปี กับชีวิตนักการเมือง ผมยอมรับมีบ้างที่รู้สึกเบื่อ หงุดหงิด หากงานไม่เป็นไปตามเป้า เพราะผมก็เป็นคนปุถุชนธรรมดา โดยปีหน้านี้เศรษฐกิจไทยต้องฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะในช่วงปีใหม่นี้จะพักผ่อนอยู่กับครอบครัว และหากขอพรได้จะขอให้ประเทศชาติสงบสุข"นายอภิสิทธิ์กล่าว