มาร์ค ขอลูกพรรคแจงปรองดองมากกว่าตอบโต้

วันที่ 16 ต.ค. 2553 เวลา 13:36 น.
อภิสิทธิ์ วอนลูกพรรคแจงปรองดองมากกว่าตอบโต้ ยันคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินป้องวินาศกรรม คาดเดือนหน้าจบคดียุบพรรค           วันนี้ (16 ต.ค.) ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท รีเจนท์บีช ชะอำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการเปิดสัมมนารวมพลังสร้างสรรค์ของกทม. โดยมี ส.ส.กทม. ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 6 ผู้บริหารกทม. ส.ก. และ ส.ข. ของพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมสัมมนา

 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ประกาศการสร้างความปรองดอง และได้เดินหน้าเรื่องความสมานฉันท์ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกคนภายในพรรคช่วยกันชี้แจงมากกว่าที่จะไปตอบโต้ หรือใช้วิธีที่ไม่ถูกต้องเสียเอง สำหรับสถานการณ์บ้านเมือง ที่ยังจะต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ ในกรุงเทพ และปริมณฑล นั้น เพราะต้องให้ความสำคัญกับปัญหาก่อวินาศกรรม ไม่อยากให้คนบริสุทธิ์เกิดความสูญเสีย อย่างที่เกิดขึ้นที่สมานเมตตาแมนชั่น จ.นนทบุรี ตนจึงได้เน้นให้ตำรวจประสานไปยังเจ้าของแมนชั่นเข้มงวดคนที่เข้าพักอาศัย
       
 "ขณะเดียวกันที่มีบางฝ่ายบอกว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นการละเมิดสิทธิ ผมขอบอกว่า เราจำกัดสิทธิน้อยมาก เพราะไม่ได้ห้ามการชุมนุม แต่ห้ามการชุมนุมบางรูปแบบเท่านั้น ที่มีรูปแบบค่อนข้างจะเสี่ยงเกิดความรุนแรง ซึ่งบางที่กลุ่มที่ใช้ความรุนแรงมันไม่เลิก หรือนายใหญ่มันไม่ให้เลิก คนพวกนี้ก็จะต้องเป็นเบี้ยล่างของคนที่มันมีสตางค์ และคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะสามารถแยกคนที่เคลื่อนไหวสุจริตออกจากพวกที่มีปัญหา อย่างกรณีที่การจับกุม 11 นักรบแดง ที่จับมา 11 คนก็ยังไม่หมด เพราะกลุ่มนี้มี 36 คน อาร์พีจีก็ยังไม่หมด และอาวุธใช้ลอบสังหาร กระสุนยังหายอีกหลายลูกตนก็ต้องระวังตัวอยู่ การคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ ไม่ได้คงไว้เพื่อแกล้งใคร ขอระยะอีกระยะก็คงจะเลิกได้" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
        
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาการทุจริต ในทุกระดับรวมไปถึงระดับของรัฐบาลก็กำลังไล่สะสางและเร่งดำเนินการ ดังนั้นถ้ามีใครทุจริต อย่าคิดว่า อยู่พรรคเดียวกับตนแล้วจะไม่จัดการ ยืนยันว่าจะจัดการเด็ดขาด และตนกำลังเดินหน้า เร่งแก้ปัญหาพื้นฐาน เกี่ยวกับกระบวนการทุจริตของข้าราชการ และการเมืองท้องถิ่น
         
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 18 ต.ค.ตนก็จะไปขึ้นศาล เมื่อสอบพยาน 4 ปากสุดท้าย ถ้าศาลไม่มีการเรียกพยานเพิ่มเติมก็จบ คาดว่าเดือนหน้าจะเรียบร้อย แต่ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดว่าเราจะแพ้ จะชนะ แต่ที่ผ่านมาเราพอใจในการชี้แจง ข้อเท็จจริงในข้อกฎหมาย ปัญหามีอย่างเดียวคือ ทำอย่างไรอย่างให้การเมืองเข้ามายุ่ง เพราะตอนนี้ ทำกันเป็นกระบวนการออกมาพูดย้ำอย่างเดียวว่า ถ้าไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์จะเป็น 2 มาตรฐาน ซึ่งขณะนี้ตนได้สั่งให้ ทีมกฎหมายของพรรค รวบรวมข้อมูล ข้อกล่าวหา และข้อเปรียบเทียบ ในคดียุบพรรคที่เกิดขึ้นในอดีต มาจัดทำเป็นข้อมูลมาตรฐาน เพื่อแจกสมาชิกพรรคและเผยแพร่ให้เกิดความเข้าใจ ไม่ใช่เป็นการชี้นำศาล และเชื่อว่าศาลจะตัดสินตามเนื้อผ้า

ดังนั้นคดีนี้เดือนหน้าจะจบ เสร็จจากนั้นก็จะต่อคดีที่ 2 ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกัน ซึ่งคำตัดสินในคดีที่ 2 จะมีโอกาสน้อยมากที่ผลคำวินิจฉัยจะแตกต่างกับคดีที่1 หมายความว่า ถ้าชนะคดีแรก คดีที่2 ก็คงชนะ แต่ถ้าคดีแรกถูกยุบแล้วคดีที่ยังยุบอีก ก็คงไม่ใช่ เพราะคดีแรกไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมายุบในคดีที่สองอีก