"สุริยะใส"แนะคสช.แจงสังคม4ปี ปฏิรูปอะไรไปแล้วบ้าง

วันที่ 20 พ.ค. 2561 เวลา 14:37 น.
"สุริยะใส"แนะคสช.แจงสังคม4ปี ปฏิรูปอะไรไปแล้วบ้าง
"สุริยะใส" แนะ คสช.ชี้แจงผลงานด้านปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมในช่วง4ปีที่ผ่านมาต่อสังคม เตือนพรรคการเมืองต้องมีวาระเรื่องปฏิรูปชัดเจน อย่าเล่นแต่เกมการเมือง

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตและผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่าในวาระครบรอบ 4 ปีของคสช. ถือเป็นเรื่องปกติที่ภาคส่วนต่างๆออกมา ประเมินผลงานของ คสช. และรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้งนั้นถือเป็นประเด็นที่มีการประเมินเป็นพิเศษเหตุเพราะสังคมคาดหวังการปฏิรูปสูง ซึ่งเป็นผลพวงจากคลื่นมวลมหาประชาชน

ซึ่งก็มีความเห็นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน แต่ คสช. ก็ควรน้อมรับคำวิจารณ์แบะที่สำคัญ คสช.ควรประมวลผลงานที่เป็นรูปธรรมแถลงหรือรายงานต่อประชาชนว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่คสช. ได้ปฏิรูปไปแล้ว หรือกำลังดำเนินการอยู่ โดยเอาข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรมมาพูดกันมากกว่าจะใช้โวหารวาทกรรมตอบโต้กันไปมา

"บางเรื่องก็ต้องยอมรับว่าคสช. ได้ริเริ่มและวางแนวทางใหม่ๆไว้บ้าง ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานถึงจะเห็นผลบางเรื่องก็อยู่ระหว่างดำเนินการแต่ก็มีหลายเรื่องที่คสช. ยังไม่ดำเนินการ ถ้าชี้แจงตรงไปตรงมาถึงความคืบหน้า ปัญหาอุปสสรคเชื่อว่าการปฏิรูปประเทศ จะไม่เป็นแค่เกมการเมืองที่ต่างคนต่างพูดเพื่อทำให้ตัวเองดูดีเท่านั้น"นายสุริยะใสกล่าว

นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า การปฏิรูปประเทศแม้มีความจำเป็นต้องคาดหวังกับทุกรัฐบาลแต่บทเรียนที่ผ่านมาเราต้องไม่ฝากความหวังไว้กับรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้นภาคส่วนต่างๆต้องร่วมกันแสดงพลังขับเคลื่อนเสนอแนะรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพราะการปฏิรูปเป็นเรื่องที่ต้องทำกันไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวในรัฐบาลเดียวแล้วจบเลย

พรรคการเมืองก็เช่นกันจะต้องจริงจังกับความต้องการของประชาชนโดยเฉพาะการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ถ้าวาระเรื่องปฏิรูปประเทศไม่มีความชัดเจนหรือเป็นแค่เกมชิงอำนาจ การเมืองก็อาจจะวนกลับสู่ความล้มเหลวอีกครั้ง

ทุกฝ่ายต้องเล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องได้รับการผ่าตัดหรือปฏิรูปในระดับโครงสร้างอย่างจริงจัง บางคนอาจมองว่าการปฏิรูปประเทศอาจจะเสียของในรัฐบาลหนึ่งหรือล้มเหลวในยุคสมัยหนึ่ง แต่ต้องไม่ทำให้การปฏิรูปกลายเป็นของเสีย หรือทำให้ประชาชนสิ้นหวังเพราะไม่เช่นนั้นเราจะกลายเป็นประเทศที่ไม่มีอนาคต