"สมคิด"แนะนักการเมืองพูดให้น้อยช่วยชาติเจริญปัดดูดก๊วนเนวิน

  • วันที่ 03 พ.ค. 2561 เวลา 15:01 น.

"สมคิด"แนะนักการเมืองพูดให้น้อยช่วยชาติเจริญปัดดูดก๊วนเนวิน

รองนายกฯ สมคิด ชี้นักการเมืองควรพูดให้น้อย  ช่วยชาติเจริญ ขอหยุดพูดเรื่องดูดเป็นการเมืองแบบเก่า อ้าง ไปประชุมครม.สัญจรบุรีรัมย์ เพราะเป็นเมืองยากจน ไม่หวังดูดก๊วนเนวิน ปัดพูดตั้งพรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ระบุว่านายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เดินทางเข้าพบนายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ เพื่อทาบทามให้มาร่วมงานกับรัฐบาล ว่า ต้องไปถามนายสนธิรัตน์ และนายอุตตม เอง ซึ่งเรื่องการเมืองต้องพูดน้อยๆ บ้านเมืองถึงจะเจริญ ทั้งนี้ ทุกพรรคการเมืองควรสรรหาคนรุ่นใหม่มาช่วยกำหนดนโยบายในการดูแลประชาชน เพื่อผลักดันการปฏิรูปด้านต่าง ๆ  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการ เศรษฐกิจดิจิทัลต้องเกิดขึ้น  เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของยุคใหม่ต้องทำให้เกิดขึ้น จึงขอให้ทุกพรรคใช้เวลาศึกษานโยบายที่ดี สรรหาคนเก่ง คนดีมีความสามารถมาร่วมทำงานการเมือง เพราะไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน เมื่อได้รับเลือกมาแล้วจะได้นำนโยบายดี ๆ มาขับเคลื่อนได้  ดังนั้นช่วงนี้กว่าจะถึงเวลาเลือกตั้งควรใช้เวลาคิดหานโยบายให้ดี เตรียมรองรับการเลือกตั้ง เพื่อช่วยบ้านเมืองให้เจริญขึ้น เพราะเห็นว่าการเมืองไทยผ่านมากี่สิบปีแล้ว จึงอยากให้ประเทศพัฒนาให้ดีขึ้นกว่านี้ 

“หากมีแต่พรรคการเมืองแบบเดิม พูดตอบโต้แบบเดิม ๆ คิดแต่เรื่องการเมือง โจมตีฝ่ายตรงข้าม ซึ่งไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น จึงไม่อยากให้ใช้คำว่า “ดูดนักการเมือง หรือดูดส้วม” เพราะนั่นเป็นการเล่นการเมืองแบบเก่า  หากเล่นการเมืองแบบเดิมคนจะเบื่อการเมือง  ยังไม่เห็นเลยว่าใครไปดูดใคร  เนื่องจากในแวดวงรู้จักนักการเมืองกันแทบทุกพรรค เพราะเมื่อเลือกตั้งแล้วใครเป็นรัฐบาล ยังไงหลายพรรคคงได้ทำงานร่วมกัน  จึงพูดคุยกับหลายคนได้ ส่วนการพูดคุยกับแกนนำบ้านริมน้ำ สุชาติ ตันเจริญ นั้นเป็นเรื่องของลูกทีมเศรษฐกิจ และต้องตอบว่าทำไมสมาชิกพรรคอยากย้ายบ้าน  เพราะบ้านอยู่แล้วไม่มีความสุขรึเปล่า ต้องเป็นบ้านที่คนไทยฝากความหวังเอาไว้ได้” นายสมคิด กล่าว

นายสมคิด กล่าวว่า  เมื่อดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน อยากให้ทุกโครงการทุกด้านที่พัฒนาควรเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพราะความสงบของประเทศเป็นสิ่งจำเป็น และหากใครทำได้ดีกว่าก็พร้อมส่งเสริม ตนได้รับมอบหมายให้ดูแลเศรษฐกิจ ที่บอกว่าไปดูดคนโน้นคนนี้ ไม่เคยตอบโต้ เพราะทุกพรรคต่างรู้จักกันดี แต่มองว่าการเมืองไทยจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ต้องมีนักการเมืองคนเก่า คนใหม่ผสมผสานกันไป แต่สิ่งสำคัญต้องมีไอเดียเป็นตัวนำ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันก้าวข้ามความขัดแย้งเอาบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง เมื่อมาอยู่การเมือง คือการทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ไม่เคยพูดว่าจะไปตั้งพรรคการเมือง แต่ขึ้นอยู่กับทีมเศรษฐกิจที่เขาจะหารือกับใคร ส่วนจะหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประยุทธ์จะดึงมาร่วมเป็นทีมเศรษฐกิจอีกหรือไม่เป็นเรื่องอนาคต

ข่าวอื่นๆ