"อนุพงษ์"ชี้แก้อุบัติเหตุช่วงเทศกาลต้องใช้กฎหมายคู่กับการสร้างความตระหนัก

  • วันที่ 17 เม.ย. 2561 เวลา 11:16 น.
  • | เปิดอ่าน 300
Share on Google+
LINE it!

"อนุพงษ์"ชี้แก้อุบัติเหตุช่วงเทศกาลต้องใช้กฎหมายคู่กับการสร้างความตระหนัก

รมว.มหาดไทยชี้ สถิติ-คนตายช่วงสงกรานต์พุ่ง เพราะประชาชนยังขาดความตระหนัก ยันเจ้าหน้าที่ทำงานเต็มที่

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเฝ้าระวังอุบัติเหตุช่วง7วันอันตรายของเทศกาลสงกรานต์ 2561 ที่สถานการณ์ช่วง5วันที่ผ่านมามียอดผู้เสียชีวิต 323 คน ว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตถือว่าใกล้เคียงกับยอดของปีที่ผ่านมา อาจจะต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ถือเป็นนัยที่สำคัญ

อย่างไรก็ตามตนมีแนวคิดที่จะเพิ่มมาตรการลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุและลดการเสียชีวิตด้วยการสร้างความตระหนักให้กับประชาชนด้านการช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุและสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่กับมาตรการบังคับใช้กฎหมาย

"สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุปีนี้ ส่วนมากคือเมาแล้วขับ ขณะที่มาตรการบังคับใช้กฎหมายเราดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งจับกุมและยึดรถ โดยมียอดการยึดรถทั่วประเทศกว่าหมื่นคันทั้งรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ แต่การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดถึงแม้จะใช้ได้ แต่หากสร้างความตระหนักร่วมด้วย โดยเฉพาะสื่อมวลชน หรือ สื่อโซเชียลมีเดีย ต้องให้ความร่วมมือ เพราะเราไม่มีช่องทาง ไม่มีเวทีพูด" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวยืนยันถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ได้เป็นไปตามข้อสังเกตของบางฝ่ายที่มองว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์2561ที่มากเพราะขาดการดูแลและออกคำสั่งด้านการปฏิบัติงานที่จริงจัง พร้อมระบุว่า เจ้าหน้าที่ทำแล้วทุกอย่าง ใช้กฎหมายและมาตรการบังคับเป็นจำนวนมาก เหลือเพียงการสร้างความตระหนักของประชาชนเท่านั้น

อย่างไรก็ดีประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกต ตนไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับใคร พูดไปอาจทำให้เจ้าหน้าที่เสียกำลังใจ อีกทั้งตนมองว่าช่วงเทศกาลเป็นภาวะของสังคมที่คนอยากเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด

ด้าน นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวชื่นชมความสำเร็จของการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเมืองรอง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวและการสร้างกิจกรรมทางวัฒนธรรม จากสถิติอย่างไม่เป็นทางการ พบว่ามีคนไทยและคนต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยสถิติของคนไทยนั้นเพิ่มขึ้นประมาณ ร้อยละ 15 ทั้งการท่องเที่ยวต่างจังหวัด และการออกจากบ้านเพื่อทำกิจกรรมกับครอบครัว และคาดว่าจะมีเงินสะพัดในพื้นที่รวม 2หมื่นล้านบาท

"เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่การส่งเสริมกิจกรรมเมืองรอง ซึ่งบางพื้นที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของพื้นที่ ทั้งการละเล่น การแต่งกาย และอาหาร กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวที่กระจายตัว อีกทั้งยังทำให้ธุรกิจในท้องถิ่น เช่น ห้องพัก โรงแรมมีอัตราการจองพัก 60-100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงสร้างความจำใหม่และความตระหนักต่อวัฒนธรรม ประเพณีที่เกิดขึ้นในการท่องเที่ยวเมืองรอง" นายวีระศักดิ์ กล่าว

นายวีระศักดิ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับปัญหาที่ร้องเรียน ในปี 2561 มีเฉพาะประเด็นเรื่องที่จอดรถไม่เพียงพอ แต่ถือว่าเป็นข้อร้องเรียนที่น้อยมาก นอกจากนั้นในปัญหาที่ผู้หญิงถูกลวนลามระหว่างเล่นน้ำสงกรานต์ในปีนี้ยังมียอดที่ลงลง จากปีที่ผ่านมา แม้ยังไม่มีตัวเลขแน่ชัด แต่การร้องเรียนมีน้อยมาก อย่างไรก็ดีตนเชื่อว่าอาจเป็นเพราะการส่งเสริมให้แต่งกายแบบไทย โดยเฉพาะผู้ชายที่แต่งไทยอาจสร้างความรู้สึกอยากเป็นสุภาพบุรุษให้เกิดขึ้นได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางการสร้างความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวเมืองรอง นอกจากช่วงเทศกาล นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ยังคงเน้นเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทั้งการแต่งกายตามวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่น และการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าเมื่อมีคนท่องเที่ยวมาก เช่น ทะเลที่มีคนไปจำนวนมาก ความสวยงามทางธรรมชาติอาจถูกบดบังได้

Share on Google+
LINE it!