กกต.ย้ำอาจต้องแก้คำสั่งคสช.ฉบับที่53 เปิดทางพรรคทำกิจกรรมสะดวก

  • วันที่ 28 มี.ค. 2561 เวลา 10:50 น.

กกต.ย้ำอาจต้องแก้คำสั่งคสช.ฉบับที่53 เปิดทางพรรคทำกิจกรรมสะดวก

พรรคการเมืองพรึ่บ ตบเท้า ฟัง กกต.แจงข้อกฎหมายใหม่ ด้านประธาน กกต. ย้ำอาจต้องแก้คำสั่งคสช.ฉบับที่53/60 เปิดทางพรรคการเมืองทำกิจกรรมได้สะดวก

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซนทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซนเตอร์ แจ้งวัฒนะ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมือง ครั้งที่ 2/2561 เรื่องแนวทางการดำเนินกิจการแก่พรรคการเมืองที่จัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมืองตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 จำนวน 55 พรรคการเมือง ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ แกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

โดยมีพรรคการเมืองเก่าตอบรับเข้าร่วมฟังการชี้แจงเป็นจำนวนมาก อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พรรคเพื่อไทย นำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค พรรคชาติไทยพัฒนา นำโดย นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และพรรคชาติพัฒนา นำโดย นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรค

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวชี้แจงว่า วัตถุประสงค์ของการจัดประชุมครั้งนี้ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่พรรคการเมืองที่จัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมืองตามพ.ร.บ.ดังกล่าว และเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้ง ทั้งนี้ พรรคการเมืองจะต้องศึกษากฎหมายต่างๆ ทื่เกี่ยวข้องให้เกิดความเข้าใจและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายให้ถูกต้องตามระยะเวลากำหนด ตามมาตรา 141 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ลงวันที่ 20 ธ.ค. 2560

ขณะเดียวกัน ประกอบกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามมาตรา 23 หากมีพรรคการเมืองสงสัย กกต.ตอบข้อซักถามโดยเร็วและไม่ช้ากว่า 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับการสอบถาม โดยมีหลายพรรคการเมืองสอบถามมา แต่เนื่องจากบางคำตอบทำให้พรรคการเมืองไม่เข้าใจถ่องแท้ และมีปัญหาในทางปฏิบัติ

อย่างไรก็ดี กกต.มิได้เป็นผู้ออกกฎหมายหรือออกคำสั่ง เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตาม ดังนั้น เมื่อมีปัญหาก็ต้องมาหารือในกกต. เมื่อยังไม่มีความชัดเจน ก็จำเป็นต้องหารือ คสช. เพื่อให้เกิดความชัดเจน โดย กกต.และผู้บริหารสำนักงาน ได้หารือตัวแทน คสช. กฤษฎีกา และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ความชัดเจนมาระดับหนึ่ง และกกต.ได้นำปัญหาข้อขัดข้องไม่สามารถปฏิบัติได้ หรือปฏิบัติแล้วขัดข้อง

“อาจจำเป็นต้องแก้คำสั่ง คสช.ที่ 53 และจากการหารือหัวหน้าพรรคต่างๆ ซึ่งปัญหาที่เสนอแนะ กกต.จะไปดำเนินการแก้ไขถ้าอยู่ในอำนาจ กกต. แต่ถ้าเป็นปัญหา คสช. เกี่ยวกับคำสั่ง จะนำปัญหาพรรคการเมืองไปหารือต่อไป และจะรีบดำเนินการก่อนกฎหมายต่างๆมีผลบังคับใช้ วันนี้อยากให้พรรคการเมืองทุกพรรคที่มีปัญหาเสนอแนะมารวมถึงแนวทางแก้ไข เพราะอยากให้ดำเนินการชอบด้วยกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติในอนาคต ซึ่งพรป.พรรคการเมือง มีกระบวนการเปลี่ยนแปลงไปจามเดิม อาทิ ทุนประเดิมพรรค ไพรมารีโหวต จึงอยากให้ศึกษาทำความเข้าใจกฎหมายอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการอย่างถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมายกำหนด”ประธาน กกต. ระบุ

ขณะที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง บรรยายเรื่อง “บทบาทนายทะเบียนพรรคการเมืองกับการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง” ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก่อนที่จะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งมีหลายเรื่อง อาทิ การปฏิรูประบบพรรคการเมืองที่เปิดโอกาสให้สมาชิกพรรค มีส่วนร่วมทั้งเรื่องนโยบายและการส่งผู้สมัคร โดยมีการกำหนดคุณสมบัติสมาชิกพรรคที่สูงเกือบเท่าคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ส่วนการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้นต้องดูกฎหมายให้ดี เพราะพรรคการเมืองจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเอง ไม่ใช่หน้าที่สำนักงาน กกต.จะเข้าไปดูให้เหมือนแต่ก่อน แต่สำนักงาน กกต.เข้าไปในเฉพาะส่วนที่ต้องเข้าไป อาทิ หากพบว่ามีพรรคใดส่งผู้สมัครไม่ผ่านระบบไพรมารี่โหวต กกต.ก็จะลงไปตรวจสอบ และหากพบว่าเป็นจริง กกต.ก็จะแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับกรรมการบริหารพรรค

นอกจากนี้ ยังมีการปฏิรูปการจัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการปิดแผ่นป้ายหาเสียงที่จะต้องติดตามบอร์ดที่กกต.จัดไว้ให้ และจะต้องมีขนาดตามที่ กกต.กำหนด เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและความเท่าเทียมกัน หรือการจัดดีเบตประชันนโยบายบริหารประเทศของพรรคต่างๆ ก็ยังมีอยู่ แต่อาจไม่เป็นเวทีใหญ่ อาจดีเบตในห้องอัดแล้วถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ ส่วนปัญหาในการหาเสียง หากมีการหาเสียงใส่ร้ายกันในโซเชียลมีเดีย กฎหมายได้ให้อำนาจ กกต.สามารถลบข้อความดังกล่าวออกได้

ขณะเดียวกัน การปฏิรูปการทุจริตเลือกตั้งนั้น กกต.มีอำนาจควบคุม ระงับยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลง สั่งเลือกตั้งใหม่ได้ โดย กกต.คนเดียว ซึ่งจะทำให้วันเลือกตั้งจริง กกต.แต่ละคนจะต้องลงไปอยู่ในพื้นที่เลือกตั้งด้วย ขณะที่พนักงานสืบสวนไต่สวนของ กกต.ถือเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ มีอำนาจเรียกสอบพยาน มีการคุ้มครองพยาน และการกันไว้เป็นพยานอีกด้วย  มีการให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแส โดยมีการร่างระเบียบไว้เบื้องต้นคดีละ 100,000 บาท

“ซึ่งไม่รู้ว่ากระทรวงการคลังจะรับไหวหรือไม่ เพราะมาตรการดังกล่าวจะใช้กับการเลือกตั้งระดับประเทศและการเลือกตั้งท้องถิ่น ส่วนเรื่องที่แปลกและใหม่ที่สุด คือ กรณีใบเหลือง ใบแดง หากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และเป็นเหตุให้มีการเลือกตั้งใหม่ ศาลสามารถสั่งให้ผู้นั้นรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งเลย ซึ่งทำให้ กกต.ไม่ต้องไปดำเนินการทางแพ่งอีก”พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มการประชุมนายศุภชัย พร้อมด้วยนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศ นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต. นายประวิช รัตนเพียร กกต. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการกกต. ได้หารือนอกรอบกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้สอบถามถึงปัญหาการจ่ายเงินสมาชิกพรรคการเมือง ในกรณีที่สมาชิกไม่สามารถจ่ายได้ทันภายใน 30 วัน ตาม ระยะเวลาที่คำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 กำหนดไว้นั้น จะทำอย่างไร เนื่องจากมีข้อกฎหมายเปิดช่องไว้ว่า แม้สมาชิกจะไม่จ่ายค่าบำรุงพรรคการเมือง แต่สามารถรักษาสถานะได้อีก 4 ปี ซึ่ง คำสั่ง คสช. ไม่ได้กำหนดเจตนารมณ์ไว้ ดังนั้นคนกลุ่มนี้จะต้องพ้นจากความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่ จึงอยากให้มีข้อยุติวันภายในวันนี้ หรืออย่างน้อยก็เปิดช่องให้พรรคสามารถยืนยันสมาชิกพรรคให้ได้ก่อน ส่วนความเป็นสมาชิกค่อยไปตีความในศาลอีกชั้นหนึ่ง

โดยทาง กกต.ได้ ชี้แจงว่า กกต. ไม่สามารถชี้แจงนอกเหนือจากประกาศคำสั่งที่ออกมาได้ เนื่องจากไม่ทราบเจตนารมณ์ของคำสั่ง จึงไม่สามารถตีความได้นอกเหนือจากที่คำสั่งกำหนดมา ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็ได้เสนอให้ไปสอบถามความเห็นทางกฎหมาย จากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ