รมช.ศธ.ซัดกลุ่มเสียประโยชน์จ้องดิสเครดิตประมูลอาชีวะ

วันที่ 11 ต.ค. 2553 เวลา 16:30 น.
"นริศรา"ยันโครงการประมูลคุรุภัณฑ์ อาชีวะโปร่งใส ชี้ กลุ่มเสียประโยชน์จ้องดิสเครดิต

น.ส.นริศรา ตันชวาลพิทักษ์ รมช.ศึกษาธิการ ได้ชี้แจงระหว่างการประชุมวุฒิสภาที่มีการพิจารณากระทู้ถามเรื่องการทุจริตการจัดซื้อคุรุภัณฑ์ในสถาบันอาชีวศึกษา มูลค่า 5,300 ล้านบาท ว่า โครงการจัดซื้อคุรุภัณฑ์ของสถาบันอาชีวะนั้น การจัดทำสเปคโดยมีผู้บริหารสถาบันและครูผู้สอนในสายวิชาต่างๆ เข้ามาร่วมกำหนดสเปค

อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวยอมรับว่ามีการทำหนังสือร้องเรียนมาที่กระทรวงจำนวนมาก แต่ได้ตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ โดยล่าสุดได้เชิญเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการตรวจแผ่นดิน (สตง.) เข้ามาเป็นกรรมการ โดยผลการสอบสวนขณะนี้ได้ข้อยุติแล้ว แต่ผลการสอบสวนถือว่าเป็นทางลับ ส่วนการจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนนั้นได้ดำเนินการตามคำขอของสถาบัน ไม่มีการจัดทำขึ้นเอง

"คณะกรรมการกำหนดสเปคและตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นคนละชุด ซึ่งการสอบสวนนั้น หลังจากสอบแล้วพบว่ามีมูลก็ส่งให้ สตง. ตรวจสอบแล้ว ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่ามีข้าราชการทำผิดวินัยร้ายแรงด้วย  ซึ่งในองค์กรต้องยอมรับว่ามีคนอยู่ 2 กลุ่ม คือ ผู้รักองค์กรจริงๆ จะไม่พูดในประเด็นที่สื่อนำเสนอ และกลุ่มที่พูดในประเด็นสื่อนำเสนอ ทำตัวรักองค์กร แต่เมื่อสอบประวัติแล้วพบว่าทำผิดวินัย  อย่างไรก็ ตามข้อร้องเรียนต่างๆ ยืนยันได้ส่งเรื่องให้ ครม.พิจารณา เมื่อพบทุจริตก็สั่งยกเลิก โดยทุกอย่างทำตามระเบียบสำนักนายกฯ"น.ส.นริศนา กล่าว 

น.ส.นริศรา กล่าวว่า ส่วนข่าวทุจริตที่ถูกเปิดเผยมาจากนายวิลาศ จันทรพิทักษ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ฐานประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปราบการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) เชื่อว่าเป็นการให้ข้อมูลเท็จจากกลุ่มบุคคลที่เสียประโยชน์ รวมถึงข้าราชการบางกลุ่มที่ไม่พอใจ หลังจากที่ตนสั่งยกเลิกบางโครงการที่พบว่ามีการดำเนินการอย่างไม่โปร่งใส

"ข้าราชการที่ไม่พอใจขณะนี้มีจำนวน 7 คน ซึ่งมี 2 คน ในจำนวนดังกล่าวทำผิดวินัยร้ายแรง คือการปลอมลายเซ็นต์รัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ได้จ้างทนายเพื่อแจ้งความเอาผิดที่ สน.พระราชวังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่ผ่านไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์จากใคร หากใครที่มีหลักฐานก็ขอให้เปิดเผยออกมา ตนยืนยันการทำหน้าที่อย่างบริสุทธิ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เข้าไปชี้แจงในกมธ.ป.ป.ช. ก็ได้เห็นเอกสารที่ระบุว่ามาจากตน ขอให้ดำเนินโครงการจัดซื้อจัดจ้างแบบมีผลประโยชน์ เมื่อพิจารณารายละเอียดแล้วพบว่าเป็นเอกสารปลอม ที่ปลอมทั้งตราครุฑ และลายเซ็นต์ของตัวเอง"น.ส.นริศนา กล่าว