ทักษิณติด1ใน5ผู้นำยอดแย่

วันที่ 10 ต.ค. 2553 เวลา 20:36 น.
สื่อนอกตีพิมพ์บทความอดีตผู้นำที่ยอดแย่ ยก “ทักษิณ” เทียบชั้นอดีตผู้นำเยอรมัน-สเปน-ไนจีเรีย รวมทั้ง โจเซฟ เอสตราดา

เว็บไซต์นิตยสาร ฟอรีน โพลิซี (Foreign Policy) ในเครือหนังสือพิมพ์ เดอะวอชิงตัน โพสต์ ได้เผยแพร่บทความ อดีตผู้นำยอดแย่ หรือ Bad Exes เขียนโดย Joshua E.Keating เมื่อวันที่ 1ต.ค.ที่ผ่านมา

บทความดังกล่าวระบุถึงพฤติกรรมของผู้นำประเทศที่เป็นตัวอย่างไม่ดีในการบริหารประเทศ โดยประกอบไปด้วย อดีตผู้นำ 5 คน ได้แก่ นายแกร์ฮาร์ด ชโรเดอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของเยอรมนี นายโคเซ มารีอา อัซนาร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของสเปน นายโอลูเซกัน โอบาซันโจ อดีตประธานาธิบดีของไนจีเรีย นายโจเซฟ เอสตราดา อดีตประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย

ทั้งนี้เนื้อหาในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุเอาไว้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณดำรงตำแหน่งนายกฯของไทยในช่วงปี 2543-2549 ท่ามกลางข้อกล่าวหา คอร์รัปชัน และละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเหตุการณ์รัฐประหารในปี 2549 ได้ทำให้พ.ต.ท.ทักษิณพ้นจากตำแหน่ง

หลังจากนั้นพ.ต.ท.ทักษิณก็ใช้ชีวิตไม่เป็นหลักแหล่ง ต้องเดินทางไปมาหลายประเทศ โดยมีรายงานว่า เขาต้องใช้ชื่อปลอมเพื่อลี้ภัยอยู่ในเยอรมนีนับปี รวมทั้งใช้หนังสือเดินทางที่ออกโดยผิดกฎหมายจากหลายประเทศ ซึ่งล่าสุดพ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ที่บ้านในดูไบ

บทความระบุว่า ในปีนี้ กลุ่มเสื้อแดง ผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณได้ยึดพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ และสร้างความโกลาหลเผาทำลายศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ นี่คือความโกรธเกรี้ยวที่ตอบโต้ความพยายามของรัฐบาลในการสลายการชุมนุม ในการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมที่ติดอาวุธกับตำรวจก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะยินยอมยุติ ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 90 คน ศาลได้พิพากษา พ.ต.ท.ทักษิณผู้หลบหนีคดีว่ายุยงปลุกปั่นให้เกิดการชุมนุมประท้วง แต่ทักษิณก็ยังคงปฎิเสธว่าเขาให้เงินทุนแก่กลุ่มเสื้อแดง แม้ว่าทักษิณจะอ้างว่าทุกข้อกล่าวหาที่เขาได้รับเป็นแรงกดดันทางการเมือง แต่เขาก็ได้ถูกตัดสินไปแล้วว่ามีความผิดฐานคอร์รัปชันจริง นับแต่วันที่เขาหลบหนีออกนอกประเทศ

หลังจากความพ่ายแพ้ของกลุ่มเสื้อแดง พ.ต.ท.ทักษิณลดบทบาททางการเมืองผ่านสื่อ ในเดือนสิงหาคม 2553 ทักษิณได้คืนตำแหน่งที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจให้แก่กัมพูชา เพื่อลบความบาดหมางของทั้งสองประเทศ

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่างๆจากมิตรประเทศ อาทิ ทูตพิเศษของนิคารากัว ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของกัมพูชา และกลายมาเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเวลาสั้นๆ

อนึ่ง เว็บไซต์แห่งนี้ยังตีพิมพ์ลงในนิตยสาร Foreign Policy ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 ภาษา ได้แก่ อารบิก บูลกาเรีย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น โปรตุเกส เกาหลี และสเปนอีกด้วย

***อ่านบทความ Bad Exes ฉบับภาษาอังกฤษได้ที่นี่*** 

http://www.foreignpolicy.com/articles/2010/10/01/bad_exes?page=0,4