สนช.ปรับแก้ร่างกฎหมายเลือกตั้ง 30มาตรา เปิดทางจัดมหรสพหาเสียง

วันที่ 22 ม.ค. 2561 เวลา 13:17 น.
สนช.ปรับแก้ร่างกฎหมายเลือกตั้ง 30มาตรา เปิดทางจัดมหรสพหาเสียง
สนช.ปรับแก้ร่างพ.ร.ป.เลือกตั้ง 30มาตรา ขยายเวลาเลือกตั้ง 7 โมงถึง 5 โมงเย็น เปิดทางจัดมหรสพหาเสียง

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสส. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงถึงภาพรวมของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า คณะกมธ.วิสามัญฯได้ปรับแก้ไขทั้งหมด 30 มาตรา อาทิ การกำหนดให้ผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่มีสิทธิสมัครรับราชการรัฐสภาภายในเวลา 2 ปี  เช่นเดียวกับถูกตัดสิทธิไม่ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการเมืองและผู้บริหารท้องถิ่นเป็นเวลา 2 ปี ขณะที่ การหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อสังคมออนไลน์นั้นสามารถดำเนินการได้ แต่ให้ยุติในเวลา 18.00 น. ก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน เหมือนการหาเสียงด้วยวิธีอื่นๆ จากเดิมที่กำหนดให้ยุติหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อนวันเลือกตั้ง 3วัน

นายทวีศักดิ์ กล่าวอีกว่า มาตรา 74 การกำหนดให้การสำรวจความเห็นประชาชนโดยมีเจตนาไม่สุจริตอันมีลักษณะชี้นำต่อการตัดสินใจการลงคะแนนของประชาชน ไม่สามารถกระทำได้ มาตรา 75 ให้สามารถจัดแสดงมหรสพ งานรื่นเริงระหว่างการหาเสียงได้ จากเดิมที่ห้ามการแสดงมหรสพ งานรื่นเริงระหว่างการหาเสียง มาตรา77 การห้ามผู้สมัครจัดยานพาหนะขนคนไปลงคะแนนและนำกลับจากสถานที่เลือกตั้ง  เพื่อการออกเสียงลงคะแนน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ มาตรา82 กำหนดให้กกต.สนับสนุนการโฆษณาหาเสียงแก่ผู้สมัครและพรรคการเมือง โดยอาจจัดเวทีประชันนโยบายบริหารประเทศ(ดีเบต) ของพรรคการเมือง จากเดิมที่เสนอให้สนับสนุนการหาเสียงแก่ผู้สมัครและพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว  มาตรา87 การขยายเวลาการลงคะแนนเลือกตั้งเป็น 07.00-17.00 น. จากเดิมเวลา08.00-16.00 น. มาตรา 129 การคิดคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่กมธ.คงไว้ตามหลักการเดิมที่กรธ.เสนอมา แต่เพิ่มเติมข้อความให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ให้เกิดการตีความการคิดคะแนนได้หลายวิธี

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับร่างกฎหมายฉบับนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสนช.ในวันที่ 25 ม.ค. และเมื่อสนช.เห็นชอบแล้วจะส่งให้กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณาว่าจะเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ระหว่าง สนช. กรธ. และ กกต.หรือไม่ต่อไป